เหงื่อออกมือ ปัญหาที่ฉุดรั้งความมั่นใจ แต่รักษาได้อย่างตรงจุด
“อยู่ ๆ ก็มือเปียกแบบผิดปกติขึ้นมา ขนาดอยู่ในห้องแอร์ก็ยังมือเปียกเลยค่ะ
เวลาเราจะคุยหรือจับมือกับเพื่อน ก็จะต้องบอกเขาตลอดว่า มือเราเปียกนะ”

ประสบการณ์ เหงื่อออกมากผิดปกติ
ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) ไม่ได้เกิดจากอากาศร้อนหรือการออกกำลังกายเสมอไป แต่เป็นภาวะที่เหงื่อออกมากเกินความจำเป็นของร่างกาย จนบางครั้งเหงื่อก็ซึมเปียกเสื้อผ้า หรือทำให้มือเปียกได้เลย อาการเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กในสายตาคนอื่น แต่สำหรับผู้ที่ต้องเผชิญภาวะนี้อยู่ทุกวัน ก็ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต รวมถึงลดทอนความมั่นใจในตัวเอง
วันนี้ Patient Stories เป็นเรื่องราวของ “คุณเบลล์ - เขมจิรา เหล็กงาม” ผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมือมาตั้งแต่วัยมัธยม โดยมีอาการเหงื่อออกที่ฝ่ามือ แต่ยังไม่รู้สึกว่าเป็นอาการผิดปกติ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงมหาลัย
“ด้วยความที่เราเป็นเด็กด้วย ส่วนมากจะเขียนงานในกระดาษมากกว่า ยังไม่ได้รู้สึกว่าเป็นโรคหรือเป็นอาการผิดปกติ เพราะสมัยเรียนไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ แต่พอขึ้นมหาวิทยาลัย แม้จะอยู่ในห้องแอร์มือก็เปียก เหมือนอยู่ดี ๆ จับอะไรก็เปียก เริ่มมีพฤติกรรมเช็ดเสื้อ ในขณะที่คนอื่นเหงื่อไม่ออก ตอนนั้นทำให้เรารู้ว่าเป็นอาการผิดปกติค่ะ”
เหงื่อ… เรื่องที่เหมือนจะเล็ก แต่ผลกระทบใหญ่
การตัดสินใจมารักษาภาวะเหงื่อออกผิดปกติของคุณเบลล์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีอาการเหงื่อออกที่ฝ่ามือเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อความมั่นใจและการใช้ชีวิตประจำวันด้วย
“หนูเรียนในห้องแอร์ ต้องเขียนเลกเชอร์ในไอแพด แต่มือเปียกมาก ๆ จนเขียนไม่ได้ ซึ่งส่งผลต่อการเรียน แล้วก็เวลาจะคุยกับเพื่อน หรือจับมือกับเพื่อน ก็ต้องบอกเขาตลอดว่ามือเราเปียกนะ มันก็แอบเสียความมั่นใจนิดนึง”
หลังจากคุณเบลล์เริ่มรู้สึกว่าอาการนี้ผิดปกติ และส่งผลกระทบต่อตนเองมากขึ้น จึงเริ่มหาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับภาวะที่เป็นอยู่ รวมถึงมีคนรู้จักแนะนำให้มาที่ โรงพยาบาลเมดพาร์ค

ภาวะเหงื่อออกผิดปกติ เกิดจากอะไร
พญ.ศศิภัสช์ ช้อนทอง แพทย์อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม ได้พูดถึงอาการนี้ว่าเป็นภาวะเหงื่อออกมือมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากโรคต่าง ๆ เช่น
- โรคไทรอยด์เป็นพิษ
- โรคเบาหวาน
- ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในคนที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน
หรือในบางกรณีอาจเกิดจากการกินยาบางชนิด เช่น ยาเบาหวาน ยาแก้ปวดบางชนิด หรือยาต้านภาวะซึมเศร้า แพทย์จึงจำเป็นต้องหาสาเหตุว่า ผู้ป่วยมีปัจจัยมาจากสิ่งเหล่านี้ด้วยหรือเปล่า แต่ในกรณีของคุณเบลล์ หลังจากซักประวัติแล้ว คุณเบลล์ไม่มีอาการที่เข้าได้กับโรคต่าง ๆ ข้างต้นเลย และก็ไม่มียาที่ใช้อยู่เป็นประจำด้วย ซึ่งคุณหมอศศิภัสช์ได้ตรวจเลือดของคนไข้ร่วมด้วย เพื่อพยายามหาสาเหตุของภาวะนี้ให้ชัดเจน โดยพุ่งเป้าไปที่โรคไทรอยด์เป็นพิษ
“โรคไทรอยด์เป็นพิษมักจะทำให้มีอาการเหงื่อออกได้ง่าย เหงื่อออกเยอะเหมือนคนไปวิ่งมา แต่ว่าอาการไทรอยด์เป็นพิษมักจะมีอาการอื่นร่วมด้วย ไม่ใช่มีอาการเหงื่อออกอย่างเดียว หลังจากตรวจเลือดเพื่อสกรีนนิ่ง ก็ไม่พบไทรอยด์เป็นพิษค่ะ”
และเนื่องจากคนไข้ไม่มีสาเหตุที่มาจากลักษณะอาการใด ๆ ข้างต้นเลย คุณหมอจึงพยายามหาวิธีการรักษาที่ตรงจุด และเหมาะสมกับเคสของคุณเบลล์ที่สุด

ฟื้นความมั่นใจ รักษาได้ ด้วยการผ่าตัดเส้นประสาท (Bilateral VATS Sympathectomy)
การรักษาคุณเบลล์ เริ่มจากการรับประทานยา ซึ่งอาการก็ดีขึ้นในช่วงแรก ๆ แต่ปริมาณเหงื่อนั้นยังเยอะเกินไปจนยาเริ่มไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น ซึ่งคุณหมอศศิภัสช์ ได้อธิบายว่า
“การรักษาภาวะเหงื่อออกมีหลายวิธี ทั้งการให้ยารับประทาน ทั้งการรักษาเฉพาะที่ เช่น ถ้าเหงื่อออกที่ฝ่ามือหรือที่รักแร้เยอะ เราก็จะแนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดการทำงานของต่อมเหงื่อ แต่ว่าการฉีดโบท็อกซ์ ต้องฉีดอยู่เรื่อย ๆ มันไม่ใช่การรักษาที่จะทำให้น้องดีขึ้นในระยะยาว และหลังจากน้องได้รับยารับประทานประมาณ 1-2 เดือน ก็พบว่าอาการไม่ดีขึ้น หมอเลยคิดว่าคงถึงเวลาที่น้องต้องผ่าตัดแล้วแหละ เลยส่งไปเจออาจารย์สุพิชฌาย์”
ด้าน นพ.สุพิชฌาย์ วงศ์มณี ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก ที่มากด้วยประสบการณ์ เมื่อได้ทราบอาการของคุณเบลล์ ก็ได้วิเคราะห์หาสาเหตุของการที่เกิดขึ้นว่า
“ตอนนี้เราต้องมาหาสาเหตุที่แท้จริงแล้วว่า หนึ่ง เกิดจากการกระตุ้นของเส้นประสาท หรือ สอง มีภาวะอื่นที่แอบซ่อนอยู่ อย่างที่อาจารย์ศศิภัสช์กล่าวไป ไม่ว่าจะเป็น ไทรอยด์ หรือต่อมไร้ท่อต่าง ๆ ที่มันผิดปกติ”
คุณหมอสุพิชฌาย์ได้วิเคราะห์ว่า สิ่งที่กระตุ้นภาวะเหงื่อออกที่มือ เกิดจากการทำงานของเส้นประสาทซิมพาเทติก เชน (sympathetic chain) บริเวณช่วงอก ซึ่งอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวาของร่างกาย เมื่อเส้นประสาทส่วนนี้ถูกกระตุ้นมากกว่าปกติ จึงทำให้เกิดการหลั่งเหงื่อมากเกินความจำเป็น
เพราะฉะนั้นการรักษาภาวะนี้ทำได้โดย การผ่าตัดเส้นประสาท Bilateral VATS Sympathectomy ซึ่งเป็นการผ่าตัดในช่องทรวงอก โดยต้องตัดกระแสประสาทที่เกี่ยวข้อง โดยคุณหมอจะอธิบายการผ่าตัดทุกขั้นตอนให้คนไข้เห็นภาพชัดเจน ตั้งแต่การส่องกล้อง ใส่เครื่องมือเข้าไป ระบุตำแหน่งเส้นประสาทซิมพาเทติกเชน แล้วก็ตัดบริเวณแขนงเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงบริเวณมือและ รักแร้ ซึ่งส่วนมากต้องทำทั้งด้านซ้ายและขวา ทำพร้อม ๆ กันโดยใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง เมื่อทราบดังนี้ คุณเบลล์จึงสบายใจกับการผ่าตัดมากยิ่งขึ้น
“คำอธิบายของคุณหมอทำให้เราเห็นภาพมากขึ้นว่าการผ่าตัดครั้งนี้มันเป็นยังไง แล้วเราก็เชื่อมั่นมากขึ้นว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด”

ไม่ต้องกังวลเรื่องมือเปียกอีกต่อไป ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
“ผลการผ่าตัดเป็นที่พอใจค่ะ มือของหนูไม่มีเหงื่อเยอะผิดปกติแล้ว แต่ว่า มีผลข้างเคียงบางอย่างที่ตามมานิดหน่อยคือ เหงื่อมันจะไปออกตรงส่วนอื่นมากขึ้น อย่างของหนูจะไปออกช่วงขา น่องขา แต่ว่าส่วนตรงนั้นไม่ได้รู้สึกว่ามันเยอะเกินไปจนทำให้การใช้ชีวิตลำบาก”
คุณหมอสุพิชฌาย์ได้อธิบายถึงผลข้างเคียงไว้ว่า “ความเสี่ยงของการผ่าตัดในช่องทรวงอก จะมีหนึ่งอย่างที่สำคัญ ถ้าเกิดว่าทำแล้วเกิดการบาดเจ็บของปอด มีลมรั่ว พวกนี้อาจทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลนาน หรือต้องใส่สายระบายลมได้ แต่เปอร์เซนต์เกิดน้อย ส่วนอีกอันหนึ่งที่เจอได้บ่อยประมาณ 10% ของคนไข้ที่ผ่าตัดเสร็จคือ พอแก้ปัญหาเรื่องมือเสร็จก็ไปเหงื่ออกที่เท้าแทนครับ”
คุณเบลล์ได้เล่าว่า ตอนแรกเธอนั้นก็รู้สึกกลัว เพราะไม่รู้ว่าอาการจะหายดีขึ้นไหม แต่คุณหมอทั้ง 2 ท่านก็น่ารักมาก คอยสร้างความเชื่อมั่นว่ามันจะต้องหาย ตอนนี้เธอก็สบายใจขึ้นมาก เวลาจะทำกิจกรรมอะไรก็ไม่น่ารำคาญเหมือนแต่ก่อน มีความกล้า และมั่นใจในการเข้าสังคมมากยิ่งขึ้น
“อยากฝากคนที่กำลังมีภาวะเหงื่อออกมือ หรือไม่ว่าส่วนใดก็ตาม ที่มันทำให้เราใช้ชีวิตลำบากมากขึ้น ว่าการผ่าตัดก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะเราหายขาดจริง ๆ หากที่เป็นยังไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนอื่น ๆ ก็อยากให้ลองคุยกับตัวเองว่าอยากให้มันหายไป หรือว่าจะยอมทนอยู่กับมันต่อ แต่ยังไงก็แนะนำว่าให้ผ่าค่ะ”