ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและการรับรู้ คืออะไร
ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและการรับรู้ (Altered Mental Status: AMS) หมายถึง ภาวะที่มีความผิดปกติของการรับรู้ ความคิด ความจำ หรือระดับความรู้สึกตัวของบุคคลอย่างมีนัยสำคัญ ภาวะนี้มักแสดงออกเป็น อาการผิดปกติทางจิตใจและการรับรู้ หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยอาจเกิดจากความผิดปกติของร่างกาย เช่น การบาดเจ็บ การติดเชื้อ หรือความไม่สมดุลของสารเคมีในร่างกาย
แม้ว่าภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ อาจมีลักษณะคล้ายกับภาวะที่พบในโรคจิตเวชบางชนิด แต่ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและการรับรู้ เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มอาการที่บ่งชี้ว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับการทำงานของสมอง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างเหมาะสม
ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและการรับรู้ มีกี่ประเภท
-
ภาวะสับสนเฉียบพลัน (เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์):
ภาวะสับสนเฉียบพลัน คือการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ ซึ่งมักเกิดจากภาวะขาดน้ำ การติดเชื้อ (เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในผู้สูงอายุ) หรือการทำงานของอวัยวะล้มเหลว ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการประเมินและรักษาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม หากสามารถรักษาสาเหตุที่แท้จริงได้ ผู้ป่วยสามารถกลับมาเป็นปกติได้
อาการสำคัญ ภาวะสับสนเฉียบพลัน: สับสนอย่างรุนแรง ไม่สามารถจดจ่อหรือมีสมาธิได้ และมีอาการกระสับกระส่าย -
ภาวะสมองเสื่อม (สมรรถภาพสมองเสื่อมถอยอย่างต่อเนื่อง)
ภาวะสมองเสื่อม เป็นภาวะที่ความสามารถด้านการรับรู้ ความคิด และความจำค่อย ๆ เสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่อง มักพบในผู้สูงอายุ และส่งผลให้ผู้ป่วยมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิตประจำวันด้วยตนเอง ภาวะนี้เป็นภาวะเรื้อรังและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามกาลเวลา
อาการสำคัญ ภาวะสมองเสื่อม: ความจำเสื่อม มีปัญหาในการสื่อสาร และสูญเสียการรับรู้เกี่ยวกับตนเองหรือสถานที่ที่ตนอยู่ -
ภาวะวิกลจริต (การสูญเสียการรับรู้ความเป็นจริง)
ภาวะวิกลจริต เป็นภาวะที่บุคคลสูญเสียการรับรู้ความเป็นจริง ทำให้การตีความโลกหรือสิ่งรอบตัวบิดเบือนไป ภาวะนี้อาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การใช้ยาบางชนิด การใช้สารเสพติด หรือภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณีภาวะวิกลจริตอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และสามารถดีขึ้นได้เมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
อาการสำคัญ ภาวะวิกลจริต: อาการหลอน (เห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง) และหลงผิด (ความเชื่อที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง)

อาการและสัญญาณของภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจมีอะไรบ้าง
- ระดับความรู้สึกตัวลดลง: อาจมีอาการง่วงซึมไปจนถึงโคม่า
- ภาวะสับสน: สับสนเรื่องเวลา สถานที่ หรือตัวตนของตนเอง
- ความจำขาดหาย: เกิดอาการหลงลืมอย่างกะทันหัน หรือมีภาวะความจำเสื่อมชั่วคราว
- การพูดผิดปกติ: ใช้คำที่ไม่สอดคล้องกัน พูดไม่ชัด หรือใช้เวลานานกว่าจะตอบคำถาม
- การรับรู้ที่บิดเบือน: อาการหลอนและหลงผิด
- กระสับกระส่าย: หงุดหงิดง่าย กระวนกระวาย หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างฉับพลัน
- อารมณ์แปรปรวน: เคลิบเคลิ้มมีความสุขผิดปกติ รู้สึกซึมเศร้าฉับพลัน หรือมีความวิตกกังวลรุนแรง
- การแยกตัวทางสังคม: หยุดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างฉับพลัน หรือแสดงพฤติกรรมที่ผิดแปลกจากปกติ
- ระดับพลังงานผิดปกติ: อ่อนเพลียอย่างมาก หรือในทางกลับกันก็อาจมีความกระตือรือร้นมากผิดปกติ
- หายใจผิดปกติ: หายใจลำบาก หรือต้องออกแรงหายใจ
- การควบคุมการเคลื่อนไหวผิดปกติ: ซุ่มซ่าม หรือการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ประสานงานกัน
สาเหตุของภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจมีอะไรบ้าง?
-
ความผิดปกติทางระบบประสาท
- โครงสร้างสมองเสียหาย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง เลือดออกในสมอง เนื้องอก หรือสมองบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
- ความดันหรือของเหลวคั่งในสมอง เช่น ภาวะน้ำคั่งในสมองจากการอุดกั้น หรือภาวะสมองบวม
- ความผิดปกติของการทำงานของสมอง เช่น อาการชัก หรือภาวะสมองเสื่อมจากโรคตับ
-
ระบบเผาผลาญและสารเคมีในร่างกายไม่สมดุล
- พลังงานและออกซิเจนไม่เพียงพอ: ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ
- การขาดเกลือแร่: ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ หรือภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ
- สภาพแวดล้อมและปริมาณน้ำในร่างกาย: ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง หรือภาวะอุณหภูมิร่างกายลดต่ำ
- ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ: ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์
-
การติดเชื้อ (Infections)
- การติดเชื้อทั่วร่างกาย: การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือปอดอักเสบ
- การติดเชื้อที่ส่งผลต่อสมองโดยตรง: โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือโรคไข้สมองอักเสบ
-
พิษจากยาและสารต่าง ๆ
- ยากลุ่ม Anticholinergics มักใช้รักษาความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
- ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ อาจก่อให้เกิดภาวะวิกลจริตจิตจากสเตียรอยด์
- ยากล่อมประสาทและยาช่วยให้นอนหลับ อาจก่อให้เกิดผลตรงกันข้าม เช่น กระสับกระส่ายหรือสับสน ในผู้สูงอายุ
- ยากันชัก
- การใช้สารเสพติดหรือสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท: การใช้ยาเกินขนาด หรือภาวะถอนสารอย่างเฉียบพลันจากแอลกอฮอล์ โอปิออยด์ หรือสารควบคุมอื่น ๆ
-
ระบบในร่างกายล้มเหลว
- ภาวะช็อก เช่น ภาวะช็อกจากโรคหัวใจ หรือภาวะช็อกจากการติดเชื้อ
- ภาวะอวัยวะล้มเหลว เช่น ไตหรือตับล้มเหลว
การตรวจวินิจฉัยภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจมีอะไรบ้าง
-
การประเมินภาวะฉุกเฉินตามหลัก “ABCDE”
- A – Airway (ทางเดินหายใจ): ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทางเดินหายใจโล่ง ไม่มีสิ่งอุดกั้น
- B – Breathing (การหายใจ): ใช้หูฟังทางการแพทย์ฟังเสียงปอด เพื่อประเมินว่ามีการติดเชื้อในปอดหรือน้ำท่วมปอดหรือไม่
- C – Circulation (การไหลเวียนโลหิต): ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ จังหวะการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิต เพื่อให้แน่ใจว่าสมองได้รับเลือดไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ
- D – Disability (การประเมินระบบประสาท): ประเมินการตอบสนองของรูม่านตา ระดับการรู้สึกตัว และภาวะอ่อนแรงของร่างกายข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งอาจบ่งชี้โรคหลอดเลือดสมอง
- E – Exposure (การตรวจร่างกายโดยรวม): ตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสัญญาณที่อาจเป็นสาเหตุของอาการ เช่น อาการบาดเจ็บที่ศีรษะ ผื่น หรือแผ่นแปะยาบนผิวหนังซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการได้รับพิษยา
-
การซักประวัติ
เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถให้ข้อมูลได้ด้วยตนเอง แพทย์จึงมักอาศัยข้อมูลจากสมาชิกในครอบครัวหรือผู้ดูแล เพื่อช่วยระบุลำดับเวลาของอาการที่เกิดขึ้น
- ระดับการรับรู้หรืสติปัญญาตามปกติของผู้ป่วยเป็นอย่างไร
- อาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที (อาจมีสาเหตุมาจากโรคหลอดเลือดสมอง) หรือภายในไม่กี่ชั่วโมง (อาจเกิดจากการติดเชื้อ) หรือดำเนินมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว (ภาวะสมองเสื่อม)
- ผู้ป่วยได้เริ่มใช้ยาใหม่ ปรับขนาดยา หรือหยุดยาบ้างหรือไม่

แนวทางการรักษาภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ
-
การปรับสมดุลของระบบเมตาบอลิซึมและสารเคมีในร่างกาย
- ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ: ให้ยาฉีด Glucagon หรือสารละลายกลูโคสเข้มข้นเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
- ภาวะขาดน้ำ: ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ เพื่อฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย
- ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ: ให้ออกซิเจนเสริมเพื่อเพิ่มระดับออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมอง
-
การรักษาการติดเชื้อและแก้ไขภาวะพิษ
- การติดเชื้อ (เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือปอดอักเสบ): ให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมเพื่อลดการอักเสบของร่างกาย
- การใช้ยาเสพติดเกินขนาด: ให้ยา Naloxone (Narcan) อย่างเร่งด่วนเพื่อกู้ภาวะหายใจล้มเหลว
- ปฏิกิริยาจากยา: หยุดยา หรือปรับเปลี่ยนยาที่มีความเสี่ยงต่อการทำให้เกิดภาวะสับสนหรือเพ้อ
-
การรักษาความผิดปกติของระบบประสาทและโครงสร้างสมอง
- อาการชัก: ให้ยากันชักเพื่อควบคุมและหยุดอาการชัก
- ความดันในกะโหลกศีรษะสูง: ผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อระบายของเหลว นำก้อนเนื้องอกออก หรือรักษาภาวะเลือดออกในสมอง
- โรคหลอดเลือดสมอง: ให้ยาสลายลิ่มเลือดและฟื้นฟูการไหลเวียนของเลือด
-
การดูแลด้านพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
ในช่วงที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรืออยู่ในภาวะวิกฤต แพทย์อาจให้การดูแลด้านพฤติกรรมเพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้ป่วยและผู้อื่น เช่น
- อาการกระวนกระวายหรือภาวะจิตหลอน: ให้ยาคลายกังวลหรือยาบำบัดโรคจิตในระยะสั้น เพื่อช่วยควบคุมอาการสับสนรุนแรงหรือพฤติกรรมก้าวร้าว
วิธีการป้องกันภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ
แม้ว่าสาเหตุบางประการของภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ เช่น ภาวะสมองเสื่อม จะไม่สามารถป้องกันได้ แต่สาเหตุอื่น ๆ สามารถป้องกันได้โดยการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม
- การจัดการโรคเรื้อรัง ปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคลมชัก และโรคไทรอยด์
- รับประทานยาตามคำสั่งแพทย์
- หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะเป็นพิษ อาการวิกลจริตเฉียบพลัน หรืออาการถอนจากการเลิกใช้สารเสพติดอย่างฉับพลัน
การใช้ชีวิตร่วมกับผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ
-
ภาวะที่เกิดขึ้นชั่วคราว (ภาวะสับสนเฉียบพลัน และวิกลจริต)
เมื่อรักษาสาเหตุของอาการได้แล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติ แม้ว่าอาจจะยังคงมีอาการอ่อนเพลียหรือประมวลความคิดช้าอยู่บ้าง ผู้ป่วยมักจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่ป่วยไม่ได้ การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นสาเหตุของอาการ เช่น ยาบางชนิดหรือระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานสามารถช่วยป้องกันไม่ให้กลับมามีอาการอีกครั้ง -
ภาวะเรื้อรัง (ภาวะสมองเสื่อม)
สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจที่เกิดจากภาวะสมองเสื่อม การดูแลจะมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการใช้ชีวิต เช่น การใช้เครื่องมือช่วยเตือนความจำ การจัดกิจวัตรประจำวันให้เป็นระบบ และการปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องพึ่งพาผู้ดูแลมากขึ้น เนื่องจากความสามารถด้านการรับรู้และการคิดค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ
คำแนะนำจากแพทย์โรงพยาบาลเมดพาร์ค
ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและการรับรู้ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของสมองที่ส่งผลให้ระดับการรับรู้ ความคิด หรือพฤติกรรมของบุคคลผิดไปจากปกติ โดยส่วนใหญ่มักไม่ได้เป็นโรคโดยตรง แต่เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากภาวะผิดปกติอื่น ๆ เช่น ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ การติดเชื้อ หรือความเสียหายของระบบประสาท การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและการรับรู้ อย่างฉับพลันมักเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและป้องกันความเสียหายถาวรต่อสมอง