พญ.ปณิดา หมอทางเดินอาหาร
ผู้ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วย

พูดถึงโรคท้องโรคไส้ ตั้งแต่การกิน ย่อย ขับถ่าย ทุกอย่างล้วนสัมพันธ์กันไปหมด และมนุษย์ก็จำเป็นต้องกินอาหารในทุก ๆ วัน จึงไม่แปลกใจว่าโรคระบบทางเดินอาหาร เป็นกลุ่มโรคและอาการสามัญไม่ว่าใครก็ต้องได้เจอ ตั้งแต่อาการเล็กน้อย ไปจนถึงโรคที่ร้ายแรง และด้วยระบบนี้เป็นระบบที่กว้าง แพทย์เฉพาะทางจึงต้องรับหน้าที่ดูแลทั้งระบบ ซึ่งมีความสลับซับซ้อนและมีรายละเอียดเยอะ วันนี้เราจะชวนมาทำความรู้จักท้องไส้ของเราให้มากขึ้น ผ่านเรื่องราวของ พญ. ปณิดา ปิยะจตุรวัฒน์ อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ

การรักษาที่เห็นผล จุดประกายเส้นทางหมอระบบทางเดินอาหาร
คุณหมอเล่าว่า ความสนใจด้านระบบทางเดินอาหารและตับเริ่มมีขึ้น ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ ที่มีโอกาสได้ขึ้นวอร์ดอายุรกรรม ได้ดูแลผู้ป่วยโรคตับรายหนึ่ง ที่อาการค่อนข้างรุนแรง
“การตรวจวิเคราะห์ผู้ป่วยรายนั้นต้องทำอย่างรอบด้าน ทั้งดูอาการ ดูผลเลือด ดูภาพถ่ายรังสี และวางแผนรักษาเป็นระบบแบบแผน หลังการรักษา ผู้ป่วยค่อย ๆ ดีขึ้นจากที่ไม่รู้สึกตัว ตัวเหลืองตาเหลือง จนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ เลยประทับใจว่าการรักษาที่รอบด้านแม่นยำ สามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้จริง รักษาหายได้จริง จึงสนใจสาขาระบบทางเดินอาหารและตับเรื่อยมาค่ะ”

เพราะระบบทางเดินอาหาร เป็นระบบใหญ่ ที่ครอบคลุมตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ ไปจนถึงท่อน้ำดี ตับ และตับอ่อน แต่ละโรคที่เกิดขึ้นภายในระบบนี้ จะมีพยาธิสภาพแตกต่างกันไป จึงเป็นสาขาที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่ซับซ้อน เพราะบางครั้ง ผู้ป่วยก็มาหาด้วยอาการ ‘ปวดท้อง’ อาการที่ฟังดูพื้นฐานมาก ๆ แต่มันสามารถเป็นโรคหรือภาวะผิดปกติได้หลายอย่าง นับเป็นความท้าทายของแพทย์เฉพาะทางด้านนี้
เมื่ออาการเดียวกัน สามารถเป็นอะไรก็ได้ในระบบทางเดินอาหาร
“ผู้ป่วยจะมาหาหมอระบบทางเดินอาหารด้วยอาการทั่วไปเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นปวดท้อง ท้องอืด แสบร้อนกลางอก ท้องผูก ท้องเสียเรื้อรัง คืออาการเดียวกัน อาจมีสาเหตุมาจากโรคที่ไม่รุนแรง ไปจนถึงโรคที่มีภาวะแบบเร่งด่วนที่ต้องรับการรักษา หมอระบบทางเดินอาหารจึงไม่ใช่แค่สั่งตรวจ แต่ต้องเลือกตรวจด้วยวิธีที่จะตอบคำถามในสิ่งที่เราสงสัยให้ได้ แม้จะมีช้อยส์อยู่เต็มไปหมดก็ตามค่ะ”
การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ มีบทบาทมาก ๆ ที่ช่วยในการตรวจวิเคราะห์ และรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งในปัจจุบันทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและหวังผลสัมฤทธิ์ที่ดีได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่องกล้องโดยมี AI เข้ามาช่วยในการระบุความผิดปกติภายในลำไส้ การตรวจวัดระดับไขมันและพังผืดในตับเพื่อคัดกรองภาวะไขมันพอกตับ และตับแข็งได้ดี โดยไม่ต้องเจาะชิ้นเนื้อ ทั้งหมดนี้ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ดี รัดกุม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“เดี๋ยวนี้มีผู้ป่วยไม่น้อยเลยที่มาด้วยอาการแบบเรื้อรัง เช่น กลืนลำบาก เรอเปรี้ยว กรดไหลย้อนที่ไม่ดีขึ้น ท้องผูกเรื้อรัง อาการพวกนี้แค่ส่องกล้องดูไม่ช่วยให้หายค่ะ แต่เทคโนโลยีปัจจุบันทำให้เราเข้าใจการทำงานของกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และส่วนย่อย ๆ อื่น ๆ ที่จะช่วยให้เข้าใจต้นตอของความผิดปกติ และรักษาได้ถูกจุดมากขึ้น อย่าง Esophageal manometry ที่สามารถตรวจแรงบีบหลอดอาหาร หรือการวัดค่า pH ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูกรดไหลย้อน การตรวจการทำงานของหูรูดทวารหนักในผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ผู้ป่วยได้ค่ะ”

ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร หัตถการที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยทั่ว ๆ ไปอย่างมาก
“ส่วนตัวจะชอบการส่องกล้องมากเป็นพิเศษค่ะ เพราะเป็นหัตถการที่สามารถตรวจคัดกรองและรักษารอยโรคเบื้องต้นได้ในครั้งเดียว และมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้แพทย์ทำงานได้ครอบคลุม ทั้งกล้องความละเอียดสูง มองเห็นผนังหลอดอาหารหรือลำไส้ชัดกว่ามองด้วยตาเปล่า ระบบ AI ที่ช่วยในการชี้หาสิ่งผิดปกติ และเครื่องมือที่สามารถกำจัดรอยโรค ติ่งเนื้อระยะต้นที่อาจพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้ในอนาคต ทั้งหมดนี้ทำได้ภายในการส่องกล้องหนึ่งครั้ง ไม่มีแผล ไม่ต้องผ่าตัดค่ะ”
และเนื่องจากเป็นหัตถการที่สามารถตรวจคัดกรองโรคได้ และหากเจอรอยโรคระยะต้นก็ยังสามารถกำจัดได้เลย จึงเป็นหนึ่งในหัตถการที่คุณหมอแนะนำให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงทั้งด้านอายุ พันธุกรรม เข้ามาตรวจคัดกรอง เพราะสามารถป้องกันโรคร้ายที่พบบ่อย อาทิ มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ในกรณีที่ตัวโรคต้องการการรักษาขั้นสูงขึ้นไปอีก อย่างรอยโรคที่ถุงน้ำดีและตับอ่อน ปัจจุบันก็มีเทคนิค ERCP ซึ่งเป็นการรักษาด้วยการส่องกล้อง สามารถรักษานิ่วในท่อน้ำดีได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และยังมีเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ช่วยสลายนิ่วออกไปด้วยค่ะ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมา ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนจะสามารถได้รับการทำหัตถการที่กล่าวมาได้ อาจจะต้องมาพบแพทย์ระบบทางเดินอาหารเพื่อประเมินตัวโรคก่อน และเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ”

เปิดรับเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อทางเลือกและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
คุณหมอเล่าว่า เคยเจอผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคประจำตัวเยอะมาก มาด้วยถุงน้ำดีอักเสบรุนแรง แต่การรักษาแบบมาตรฐานจะเป็นการผ่าตัด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก คุณหมอจึงใช้เทคนิคที่มีโอกาสไปเทรนและฝึกฝนจนชำนาญ ในการรักษาผู้ป่วยรายนี้ นั่นก็คือ การตรวจระบบทางเดินอาหารโดยการส่องกล้องที่ติดอัลตราซาวนด์ หรือ Therapeutic Endoscopic Ultrasound (EUS) ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยระบายการอุดตันท่อน้ำดีได้ผ่านการส่องกล้อง หรือการผ่าตัดชนิดไร้แผลภายนอก Natural Orifice Transluminal Endoscopic Surgery (NOTES)
“พอไม่ใช่การผ่าตัดแผลใหญ่ แต่รักษาผู้ป่วยได้เช่นกัน ช่วยให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยงและอาการแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ผู้ป่วยจึงฟื้นตัวไวค่ะ”

คุณหมอปณิดานับว่าเป็นหนึ่งในแพทย์กลุ่มแรก ๆ ที่นำวิธีการรักษานี้มาใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ยังเป็นเทคนิคที่ไม่แพร่หลายนัก จนปัจจุบันเป็นการรักษาที่เริ่มใช้กันทั่วไป ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับประโยชน์จากการรักษาด้วยวิธีนี้
จากการคลุกคลีกับวิทยาการในสายงาน พร้อมที่จะนำเทคนิคต่าง ๆ มาใช้หากพิจารณาแล้วว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยของคุณหมอปณิดา ยิ่งทำให้ทิศทางของการรักษาโรคระบบทางเดินอาหารและตับในประเทศไทยสามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีได้
“การเป็นหมอระบบทางเดินอาหารมันไม่ได้หยุดเรียนรู้เลยค่ะ เพราะในไทยมันไม่ได้มีหลักสูตรที่ตายตัว เราเรียนจนจบทั้งระบบใน 2 ปี แต่หลังจากนั้นจะเป็นการเทรนการฝึกเทคนิคขั้นสูงต่าง ๆ และในตอนนี้ก็ยังทำงานควบทั้งแพทย์รักษาผู้ป่วย และอาจารย์พิเศษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ ซึ่งทำเองกับสอนให้ทำ ก็จะมีความยากแตกต่างกัน เป็นสิ่งที่ชาเลนจ์พอสมควรค่ะ”

เมื่อทำงานที่มีความกดดันสูง จึงต้องใช้ชีวิตให้สมดุล
คุณหมอบอกว่า การมีชีวิตที่สมดุลเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ไม่รู้สึกว่าหนักไปด้านใดด้านหนึ่ง จึงชอบหากิจกรรมหย่อนใจ เช่น ฟังเพลง ไปคอนเสิร์ต ไปกินข้าวกับครอบครัว เพื่อชาร์จพลัง แล้วกลับมาทำงานด้วยพลังงานที่เป็นบวก

“อีกกิจกรรมหนึ่งที่กำลังชอบคือสโนว์บอร์ดค่ะ เพราะรู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่ชาเลนจ์ตัวเอง ต้องใช้สมาธิ ใช้กำลังกาย อ่านสถานการณ์ข้างหน้า เราก็ฝึกฝนและพัฒนาฝีมือไปทีละสเต็ป อีกอย่างหนึ่งคือเวลาลงเขา มันได้อยู่กับตัวเอง อยู่กับเส้นทางข้างหน้า พร้อม ๆ กับวิวทิวทัศน์ใหม่ ๆ เหมือนได้มีพื้นที่พักผ่อนของตัวเอง”
“และเมื่อกลับมาก็จะได้ดูแลผู้ป่วยด้วยพลังที่สมดุลค่ะ”