ชีวิตที่เบนเข็ม จากนักกีฬาทีมชาติ
สู่แพทย์ประจำทีมนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ
“หมอฟื้นฟู ไม่ใช่หมอกายภาพ เราโฟกัสที่การป้องกัน ให้การรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายเพื่อป้องกันการนำไปสู่ความพิการที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตของคนไข้”

หากพูดถึงการรักษาอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายแล้ว แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู คือหนึ่งในผู้ที่มีรับหน้าที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้
และในวันนี้เราจะพาทุกท่านมาอ่านเรื่องราวของคุณหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่เข้าใจผู้ป่วยที่เป็นนักกีฬาดีกว่าใคร คุณหมอปั้น แพทย์หญิงปัณณิกา ปราชญ์โกสินทร์ อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนอกจากจะเป็นคุณหมอที่ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดแล้ว ยังเป็นแพทย์ประจำทีมนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทยด้วย มาอ่านเรื่องราวของคุณหมอไปพร้อม ๆ กันได้เลย
อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย
“เริ่มเป็นนักกีฬาว่ายน้ำไม่ได้มาจากความชอบ แต่แม่ให้ไปเรียนเพราะอยากให้ว่ายน้ำเป็น แล้วคุณครูเห็นแวว ก็เลยโดนจับเป็นนักกีฬา แล้วมันก็ต่อยอดมาเองเรื่อย ๆ เพราะเราเองก็เอนจอยกับการว่ายน้ำเหมือนกัน จนติดทีมชาติครั้งแรกตอน ม.3 แล้วก็ทำหน้าที่มาเรื่อย ๆ จนถึงเรียนมหาวิทยาลัยปี 1”
ในช่วงชีวิตที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ เปี่ยมไปด้วยความทุ่มเท ตั้งใจ และมีวินัยอย่างมาก และแน่นอนว่ารางวัลของคนตั้งใจ คือความสำเร็จที่น่าชื่นชม
“สมัยมัธยมต้องแบ่งเวลาให้ดีมาก ๆ เราต้องออกไปซ้อมว่ายน้ำตั้งแต่ 6 โมงเช้าก่อนไปโรงเรียน แล้วเลิกเรียกเรียนก็ต้องมาซ้อมอีกจนถึง 2 ทุ่ม แต่มันก็ทำให้เราทำผลงานได้ดี แมทช์สำคัญที่สุดคือการได้ไปแข่งซีเกมส์ 3 รอบ เคยได้เหรียญทองซีเกมส์ กับอีก 2 รายการที่รู้สึกภูมิใจในตัวเองแม้ไม่ได้เหรียญคือแข่งที่เอเชียนเกมส์ที่โดฮา กับ World Aquatics Championships ที่เมลเบิร์น”

จากเงือกปั้น ผันตัวมาสู่ หมอปั้น
“ตอนสมัยมัธยมเราเรียนสายวิทย์ เราชอบชีวะมากกว่าวิชาอื่น ประกอบกับคิดว่า เรียนหมอน่าจะได้ใช้ชีวะมากกว่าสายอื่นนะ แล้วที่บ้านเราก็มีพี่สาวที่เรียนหมออยู่พอดี เลยตัดสินใจเรียนต่อแพทย์ ซึ่งก็ได้พบความจริงอีกทีว่า แพทย์ใช้ทุกวิชาของสายวิทย์เลย ไม่ใช่แค่ชีวะ”
หมอปั้นเล่าจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่เส้นทางการเป็นแพทย์อย่างติดตลก แต่แน่นอนว่า การเรียนแพทย์ไปพร้อม ๆ กันกับบทบาทในการเป็นนักกีฬาว่ายนื้น้ำทีมชาติ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
“ตอนขึ้นปี 1 เราก็รู้สึกนะว่ามันเรียนหนักกว่าตอนมัธยม แต่ก็ยังซ้อมว่ายน้ำไปด้วยไหวอยู่ แต่พอขึ้นช่วงปี 2 แล้วการเรียนมันหนักขึ้นมาก ๆ รู้สึกได้เลยว่า เราไม่สามารถไป 2 ทางพร้อมกันได้แน่ ๆ เลยตัดสินใจยุติบทบาทการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ”

เวลานักกีฬาบาดเจ็บมันรุนแรง แต่ขาดการดูแลที่เหมาะสม
“เหตุผลที่เราเลือกเรียนต่อเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพราะเคยเป็นนักกีฬามาก่อน เราพบว่า เวลานักกีฬาบาดเจ็บมันส่งผลกระทบกับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน แต่เขาขาดการดูแลที่เหมาะสม เราเลยสนใจที่อยากจะเลือกเรียนเฉพาะทางนี้”
พอเรียนแล้วก็ได้พบว่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู ไม่เหมือนแขนงการรักษาอื่น ๆ ในสายการแพทย์ เพราะต้องใช้เวลา ใช้ความตั้งใจ และความร่วมมือไปด้วยกันทั้งตัวแพทย์และคนไข้ นอกจากจะดูแลสภาพร่างกายคนไข้แล้ว ยังต้องดูแลประคับประคองสภาพจิตใจของคนไข้อีกด้วย
“การรักษาของหมอแขนงอื่น ๆ โดยปกติจะเน้นไปที่การให้คำวินิจฉัยและทำการรักษา แต่สำหรับหมอแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูงานของเรายังมีอีกส่วนที่จะเริ่มหลังจากนั้น คนไข้จะได้รับคำวินิจฉัยและการรักษาเบื้องต้นมาแล้ว เป้าหมายในการรักษาของเราคือการทำอย่างไรให้เขากลับไปใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิมหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด หรือคนไข้บางคนที่เขามีศักยภาพที่จะไปได้ไกลกว่านั้น ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะช่วยพาเขาไปให้ถึง”

เข้าสู่ปีที่ 3 ในการเป็นแพทย์ประจำทีมนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ
อีกหนึ่งบทบาทของคุณหมอปั้นนอกจากจะเป็นแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำโรงพยาบาลแล้ว ณ ตอนนี้ก็นับเป็นปีที่ 3 แล้วของการเป็นแพทย์ประจำทีมนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ
“หน้าที่ของเราคือดูแลปัญหาสุขภาพของนักกีฬา ซึ่งไม่ได้มีแค่อาการบาดเจ็บทางกล้ามเนื้อ แต่จะมีเรื่องอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ รวมถึงการดูแลเรื่องการฉีดวัคซีน และ Doping Control เราในฐานะแพทย์ก็ต้องคอยระวังเรื่องการใช้ยาของนักกีฬา เช่น ในกรณีที่บาดเจ็บขึ้นมา ก็ต้องดูว่าสามารถรับประทานยาอะไรได้บ้าง ฉีดยาได้หรือเปล่า ซึ่งการดูแลนักกีฬาจะต้องสื่อสารกับโค้ชและผู้ปกครองของนักกีฬาด้วย”
นอกจากนี้ คุณหมอยังมีอีกหน้าที่ กับการเป็นแพทย์ประจำทีมนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยอีกด้วย ซึ่งการทำงานดูแลนักกีฬาคนพิการก็จะมีความต่างจากนักกีฬาปกติ เพราะจะมีปัญหาสุขภาพอย่างอื่นซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการเข้ามาร่วมด้วย แต่ด้วยความเป็นแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู จึงทำให้คุณหมอมีความเข้าใจ และมีความคุ้นชินในการดูแลโรคและปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ของเขาเหล่านั้น

ในปัจจุบันผู้ป่วย Sports Injuries ไม่ได้มีเพียงนักกีฬา
การรักษา การทำกายภาพบำบัดในผู้ป่วยกลุ่ม Sports Injury ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา หรือคนทั่วไปที่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ต่างก็ใช้มาตรฐานการรักษาที่เหมือนกัน แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้การดูแลรักษานักกีฬามีความแตกต่างอยู่
“งานวิ่ง เรียกได้ว่าเหมือนเป็นซีซั่นในการทำงานของหมอเลย คนไข้จะมาหาเยอะ มักจะเกิดจากการเตรียมตัวไม่เพียงพอ สภาพอากาศหรือสถานที่ไม่เอื้ออำนวย กับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในงานวิ่ง เลยอยากแนะนำให้มาทำการคัดกรองความเสี่ยงก่อนการออกกำลังกาย จะได้ช่วยป้องกัน และได้รับคำแนะนำในการเลือกวิธีและโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน”
นอกจากนี้ เทคโนโลยีในการดูแลผู้ป่วย Sports Injuries ก็มีการพัฒนามากขึ้นในปัจจุบัน เช่น การใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ การใช้เลเซอร์ลดปวด การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมไปถึงการใช้เครื่อง Hyperbaric Oxygen Therapy ก็ได้ถูกนำมาใช้ในด้าน Recovery ลดการปวด ระบม ของกล้ามเนื้อ
Prevention คือเทรนด์การรักษาของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูในปัจจุบัน
เทรนด์แนวทางการรักษาของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูในปัจจุบัน ไม่ได้หยุดอยู่ที่การรักษาแล้ว แต่ตอนนี้ได้ก้าวไปสู่การโฟกัสเพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตของคนไข้แต่ละคน
“Prevention คือการป้องกัน เราโฟกัสไปยังความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตของคนไข้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะตอนนี้เรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย คนไข้ในปัจจุบันอาจจะยังไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยอะไร แต่จากการคัดกรอง เราก็จะรู้ความเสี่ยงของเขาได้ ถ้ามาคัดกรอง เจอก่อน เราก็จะออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละร่างกายบุคคล เพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดกับเขาได้ในอนาคต”

การสื่อสารที่ดี และเครื่องมือที่ครบครัน จุดแข็งของทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ MedPark
“สิ่งที่แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูควรมีคือทักษะในการทำงานเป็นทีม หมอแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นเหมือนหัวเรือใหญ่ เราเป็นคนควบคุมและวางแผนการรักษาโดยรวมของคนไข้ การสื่อสารกับคนในทีมจึงเป็นสิ่งจำเป็น”
หมอแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้ด้วยตัวคนเดียว ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลจากหลากหลายบุคลากร ดังนั้นการทำงานเป็นทีมคือคีย์สำคัญในการทำให้การฟื้นฟูของผู้ป่วยเป็นไปตามแผนการรักษา
“เรามีการสื่อสารระหว่างทีมที่ดี และเรามีเครื่องมือที่ค่อนข้างครบและทันสมัย สามารถให้ทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายกับคนไข้ได้ การมาอยู่ที่นี่ เราสามารถมอบการรักษาที่ทำให้คนไข้สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ตามแผนการรักษาที่เราวางไว้ได้ตามเวลาที่คาดการณ์”
นอกเหนือจากการทำงานที่ดูจริงจังแล้ว เวลาว่างของคุณหมอปั้นนั้น ก็ยังแบ่งไปออกกำลังกายบ้าง โดยที่เจ้าตัวบอกว่าอาจจะไม่ค่อยได้ว่ายน้ำเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะออกวิ่งเสียมากกว่า และนอกจากนี้ก็จะใช้เวลาว่างผ่อนคลายด้วยการดูหนัง ดูซีรีส์ และดูอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่คุณหมอชื่นชอบเป็นพิเศษ