แพทย์โรคทางเดินอาหารและตับ หมอที่รักษาโรคอย่างตรงไปตรงมา
โรคระบบทางเดินอาหารและตับ เป็นโรคที่พบได้บ่อย และพบได้ในทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงผู้สูงวัย ตั้งแต่อาการเล็กน้อยที่คุ้นเคยดีเช่น ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก จนไปถึงโรคร้ายแรง เช่น ลำไส้อักเสบ มะเร็งลำไส้ ตับอักเสบ ตับแข็ง เป็นต้น ซึ่งผู้ที่เป็นเหมือนฮีโร่ในการต่อสู้ และรักษากับโรคเหล่านี้ คืออายุรแพทย์ โรคระบบทางเดินอาหารและตับ หรืออีกชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า หมอทางเดินอาหาร
ในวันนี้เราได้มีโอกาสมาพูดคุยกับ นายแพทย์ สันติ กุลพัชรพงศ์ หรือคุณหมอนิก อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ ประจำศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเมดพาร์ค ซึ่งคุณหมอได้แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ น่าสนใจเกี่ยวกับการเป็นแพทย์ทางเดินอาหารและตับ โดยเฉพาะบทบาทในการเป็น แพทย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร ที่ปัจจุบันนั้น มีพัฒนาการไปไกลอย่างน่าทึ่ง

โรคระบบทางเดินอาหาร คือสาขาเฉพาะทางที่ตรงจริต มีความตรงไปตรงมา
“สมัยเป็นนักเรียนแพทย์ ตอนเราได้เห็นการส่องกล้องครั้งแรก ก็รู้สึกเลยว่า มันเท่จังเลย เจ๋งจัง เป็นหัตถการที่รู้สึกว่ามันพอดีกับเรา ไม่ได้ยืนนานแบบหมอศัลย์ และก็รู้สึกว่าเราน่าจะสามารถทำได้ดีในหัตถการนี้”
จุดเริ่มต้นในการเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับของคุณหมอนิก มาจากการค้นหาตัวเองในสมัยยังเป็นนักเรียนแพทย์ปี 6 ที่ทำงานในโรงพยาบาลต่างจังหวัด ได้เห็นห้องส่องกล้องทางเดินอาหารแล้วรู้สึกสนใจ และต่อมาเมื่อเลือกเรียนต่อด้านอายุรกรรม ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแขนงต่าง ๆ ในขอบข่ายของการเป็นอายุรแพทย์ พบว่าตัวเองรู้สึกถูกจริตและสามารถทำได้ดีกับแนวทางการรักษาของแพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ ทำให้ตัดสินใจเลือกเรียนต่อเฉพาะทางในสาขานี้ รวมถึงเลือกฝึกฝนต่อในด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารขั้นสูง (Advanced Endoscopy) อีกด้วย
“ถ้าเป็นหมอไตก็ต้องชอบคิดเลขนิดนึง หมอต่อมไร้ท่อหรือหมอโรคติดเชื้อก็จะมีความละเอียดอ่อนในการซักถามโรคเป็นพิเศษ แต่กับหมอโรคระบบทางเดินอาหาร การรักษามันมีความตรงไปตรงมาในระดับหนึ่ง ผมรู้สึกว่ามันไม่จุกจิกเกินไป และมันมีหัตถการที่เราชอบให้ได้ลงมือทำอย่างการส่องกล้องด้วย เลยรู้สึกว่าสาขานี้มีความตรงจริตกับตัวเองที่สุดครับ”

การส่องกล้อง หัตถการทางการแพทย์ที่คล้ายการเล่นเกม
“การส่องกล้อง มีความยากในการทำคล้าย ๆ กับการเล่นเกมครับ มือซ้ายเราต้องคอนโทรลเหมือนบังคับจอยเดินเลี้ยวซ้าย ขวา ส่วนมือขวาก็ต้องคุมกล้อง ซึ่งต้องใช้การประสานการทำงานระหว่างสายตากับมือตลอดเวลา และประสบการณ์ในการทำก็สำคัญมากครับ”
คุณหมอนิกเล่าว่า ในศาสตร์ของการเป็นอายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับนั้น จริง ๆ แล้วกว้างมาก สามารถศึกษาต่อลงลึกแตกแขนงเป็นแพทย์ผู้ชำนาญพิเศษได้หลายเส้นทาง แต่ไม่ว่าจะเดินหน้าไปทางไหน ทักษะสำคัญที่หมอทางเดินอาหาร ทุกคนต้องทำเป็นนั่นก็คือการทำหัตถการส่องกล้องทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นหัตถการที่จำเป็นจะต้องใช้สมาธิ และทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดี เพราะในการส่องกล้องแต่ละครั้ง แพทย์ไม่สามารถที่จะรู้ได้ล่วงหน้าแน่นอน ว่าส่องแล้วจะพบเจออะไรแบบ 100% ต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์เสมอ นอกจากนี้ ยังต้องมีความจริงใจกับคนไข้ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับคนไข้เสมอ ทำหัตถการเมื่อจำเป็นที่จะต้องทำจริง ๆ อะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องทำ ต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจให้ได้และสบายใจ
“อาจารย์สอนผมไว้ว่า ‘หมอส่องกล้องที่ดีจะต้องรู้ว่าเมื่อไรที่ไม่ต้องส่อง’ ถ้าคนไข้ไม่ได้มีข้อบ่งชี้ที่ชี้ชัด ก็ไม่จำเป็นจะต้องทำ เราต้องดูสภาพและเงื่อนไขสุขภาพของคนไข้ก่อนเสมอ ต้องมั่นใจว่า ทุกหัตถการที่เราจะทำต้องเกิดประโยชน์กับคนไข้ ทุกการรักษาต้องสมเหตุสมผล”

การส่องกล้องขั้นสูง หัตถการที่เข้าใกล้กับศาสตร์ของศัลยแพทย์มากขึ้นในทุก ๆ วัน
“การทำหัตถการส่องกล้องขั้นสูงในปัจจุบัน มันมีความเข้าใกล้กับงานของหมอศัลยกรรมเข้าไปทุกที ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นมาตรฐานในการรักษานะครับ แต่มันเป็นทางเลือกในการรักษาที่สามารถทดแทนการผ่าตัดได้ในบางกรณี ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดีกับร่างกายคนไข้ เพราะเขาจะเจ็บตัวน้อยลง”
คุณหมอนิกได้อธิบายเกี่ยวกับหัตถการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารขั้นสูงในปัจจุบันว่า นอกจากการส่องกล้องตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (ERCP: Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography) แล้ว ยังมีอีกหลากหลายหัตถการที่สามารถทำได้เช่น โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีทางการแพทย์มีพัฒนาการล้ำหน้าไปไกล ทำให้ขอบเขตในการส่องกล้องนั้น ไปไกลกว่าแค่การตรวจวินิจฉัย แต่ยังเข้าใกล้กับการผ่าตัดของศัลยแพทย์มากขึ้น ในการรักษาโรคในบางกรณี เช่น การตรวจระบบทางเดินอาหารด้วยการส่องกล้องติดอัลตราซาวนด์ (EUS) ที่นอกจากจะสามารถทำการตรวจภายในทางเดินอาหารและอวัยวะภายในที่ใกล้เคียงได้อย่างละเอียดแล้ว ยังสามารถทำการตัดชิ้นเนื้อจากภายใน หรือทำการเจาะระบายท่อน้ำดี ทางเดินน้ำดี หรือถุงน้ำในช่องท้องได้อีกด้วย หรือจะเป็นอุปกรณ์ เช่น FTRD (full-thickness resection device) ที่เป็นเหมือนความหวังใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งกระเพาะอาหารระยะเริ่มต้น โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด รวมถึงเทคนิคการส่องกล้องด้วยการขุดลึกลงไปในชั้นใต้พื้นผิวของทางเดินอาหาร หรือ third space endoscopy เป็นต้น

“ในอนาคตผมว่ามันจะมี 2 สิ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างจริงจัง อย่างแรกก็คือ AI ที่เริ่มใช้แล้วในการส่องกล้องตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างตัว Deep GI กับการพัฒนาของอุปกรณ์เสริมของกล้องส่องทางเดินอาหารที่จะทำให้มิติในการรักษาของหัตถการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารเข้าใกล้กับการผ่าตัดมากยิ่งขึ้นไปอีก”
ทำงาน เรียนรู้ และเติบโตขึ้นในทุก ๆ วันที่ MedPark
“ที่นี่มีอาจารย์แพทย์เก่ง ๆ ทั้งนั้นเลยครับ ในทุกสาขาโรคเลย การได้ทำงานที่นี่ เหมือนผมได้ทำงาน และได้เรียนรู้ไปด้วย ได้เติบโตขึ้นในทุก ๆ วันครับ”
คุณหมอนิกนั้น ได้เริ่มทำงานกับโรงพยาบาล MedPark ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงพยาบาล เรียกได้ว่าเป็นคุณหมอรุ่นตอกเสาเข็มของโรงพยาบาลนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งนอกจากการได้ทำงานใกล้ชิดกับเหล่าอาจารย์แพทย์ที่มีชื่อเสียงแล้ว คุณหมอนิกยังได้เผยว่า ทีมเวิร์คที่ดีของทีมแพทย์แผนกโรคทางเดินอาหารและตับ คืออีกหนึ่งเหตุผลที่มีความสุขกับการทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้
นอกเหนือเวลางาน เมื่อถอดเสื้อกาวน์ออก คุณหมอนิกก็จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นคุณพ่อที่น่ารักของลูกสาววัย 3 ขวบ และหากมีเวลาว่างก็ไม่ลืมที่จะเชียร์ทีมฟุตบอลในดวงใจอย่าง ไก่เดือยทอง ‘ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์’ อีกด้วย