โรคปากนกกระจอก (Angular Cheilitis) อาการ สาเหตุ วิธีรักษา

ปากนกกระจอก (Angular cheilitis) อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคปากนกกระจอก (Angular Cheilitis) เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ผิวบริเวณมุมปากจะแห้งตึงเป็นสะเก็ด หลายคนมักสับสนโรคปากนกกระจอกกับโรคเริมที่ปาก

แชร์
FacebookFacebook MessengerxLINEthreads

เลือกหัวข้อที่อ่าน


โรคปากนกกระจอกคืออะไร

โรคปากนกกระจอก (Angular Cheilitis) เป็นโรคติดเชื้อทางผิวหนัง มุมปากข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างมีลักษณะแห้ง แตก เป็นแผล ทำให้รู้สึกเจ็บ โรคปากนกกระจอกไม่ใช่โรคติดต่อ ต่างจากเริมที่ปากซึ่งเป็นโรคติดต่อทางผิวหนังผ่านการสัมผัสเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus

ใครที่มักเป็นโรคปากนกกระจอก

โรคปากนกกระจอกเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่พบบ่อยในเด็กและผู้สูงวัย ในเด็กอาจเกิดจากการดูดนิ้ว จุกนมหลอก ในผู้สูงวัยอาจมีสาเหตุมาจากการใส่ฟันปลอมหรือมุมปากตก

โรคปากนกกระจอก มีอาการอย่างไร

โรคปากนกกระจอกทำให้มุมปากแห้ง แตก บวม แดง เป็นแผล และเปื่อย

Angular Cheilitis Banner 3

โรคปากนกกระจอกมีสาเหตุเกิดจากอะไร

โรคปากนกกระจอกเกิดจากการสะสมของน้ำลายที่บริเวณมุมปาก ทำให้มุมปากแห้ง เกิดเป็นแผล หากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียเข้าไปในแผลจะทำให้ติดเชื้อ ทั้งนี้มุมปากแห้งอาจมีสาเหตุมาจาก  

  • โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
  • นอนน้ำลายไหล
  • การใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดีกับช่องปาก 
  • การติดเชื้อราแคนดิดา
  • ปัญหาฟันไม่สบกัน
  • การดูดนิ้วหรือดูดจุกนมหลอก
  • การสวมหน้ากากอนามัย

ปัจจัยเสี่ยงของโรคปากนกกระจอกมีอะไรบ้าง

โรคปากนกกระจอกมีวิธีการตรวจวินิจฉัยอย่างไร

อายุรแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังจะซักประวัติ สอบถามอาการ และตรวจร่างกาย จากนั้นแพทย์อาจเก็บตัวอย่างแผลที่มุมปากไปตรวจดูว่ามีสาเหตุมาจากโรคเริมหรือเชื้อราหรือไม่ แพทย์อาจให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อดูว่าโรคปากนกกระจอกมีสาเหตุมาจากการขาดสารอาหารหรือโรคอื่น ๆ หรือไม่

Angular Cheilitis Banner 2

โรคปากนกกระจอกมีวิธีการรักษาอย่างไร

  • ยาปฏิชีวนะ เช่น ยารับประทานหรือยาทาเฉพาะที่สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรีย 
  • การแก้ไขทันตอุปกรณ์ เช่น ฟันปลอมและอุปกรณ์จัดฟัน เพื่อให้สบฟันได้ดีขึ้น ลดการหมักหมมของน้ำลายบริเวณมุมปาก  
  • การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก และวิตามินบี
  • การทาครีมต้านเชื้อราหรือยาสเตียรอยด์ชนิดใช้ภายนอกเพื่อบรรเทาอาการปวดบวมที่มุมปาก และทาลิปมันหรือปิโตรเลียมเจลลี่เพื่อให้ริมฝีปากชุ่มชื้น

ทั้งนี้ระหว่างการรักษา ผู้ป่วยสามารถบรรเทาอาการได้โดยประคบอุ่นหรือเย็นที่มุมปาก ไม่ใช้น้ำยาบ้วนหรือรับประทานอาหารรสเผ็ดที่อาจทำให้มุมปากระคายเคืองมากยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจ้าหรือที่ที่มีอากาศหนาวจัดที่อาจส่งผลให้ผิวแห้งแตกมากยิ่งขึ้น

โรคปากนกกระจอกมีวิธีป้องกันอย่างไร

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง
  • รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่และดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว 
  • ดูแลให้ริมฝีปากชุ่มชื้นอยู่เสมอ 
  • ไม่สูบบุหรี่
  • ไม่เลียริมฝีปาก 
  • ไม่ใช้เครื่องสำอางที่หมดอายุ

คำถามที่พบบ่อย

  • ทำไมผู้ป่วยเบาหวานถึงเป็นโรคปากนกกระจอกบ่อย ๆ
    ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อราแคนดิดาในช่องปาก เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นแหล่งอาหารของเชื้อราแคนดิดาในระดับที่สูง อีกทั้งภูมิคุ้มกันโรคของผู้ป่วยมักอ่อนแอ ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น การรับประทานอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน การออกกำลังกาย และการได้รับอินซูลินอย่างเหมาะสม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและป้องกันโรคปากนกกระจอกได้
  • นอกจากโรคปากนกกระจอกแล้ว โรคอะไรที่อาจเป็นสาเหตุของอาการมุมปากแห้ง
    • ผื่นแอกทินิกเคอราโทซิส หรือผื่นผิวหนังเป็นสะเก็ด ซึ่งเป็นโรคก่อนมะเร็ง
    • เชื้อไวรัส Herpes simplex virus type 1 (HSV-1) สาเหตุของเริมที่ปาก
    • รอยโรคสีขาว (Leukoplakia) ในปาก ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็ง
    • มะเร็งช่องปาก
    • ภาวะไลเคนอยด์ในช่องปาก เป็นกลุ่มโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง
    • โรคซิฟิลิส

คำแนะนำจากแพทย์โรงพยาบาลเมดพาร์ค

โรคปากนกกระจอก เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย และเกิดได้จากหลายสาเหตุ หากมุมปากแห้งแตก ผู้ป่วยอาจทาขี้ผึ้งหรือปิโตรเลียมเจลลี่ที่มุมปากเพื่อบรรเทาอาการ หากไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสม

บทความโดย

เผยแพร่เมื่อ:01 ก.ย. 2024

แชร์
FacebookFacebook MessengerxLINEthreads