ประสบการณ์ ทำกายภาพบำบัด
เอาชนะอาการปวดเส้นประสาทอย่างรุนแรง
กิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการยืน เดิน หรือการใส่รองเท้า ล้วนเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป แต่สำหรับคุณ Arnav นั่นคือความเจ็บปวดอย่างรุนแรง แม้จะกินยาแก้ปวดที่แรงที่สุด ก็ไม่สามารถลดอาการปวดได้เลย
ท่าเดินที่ผิดปกติในวัยเด็ก อันเกิดจาก โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน
“ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเดินแปลก ๆ นิดหน่อย หลังผมก็เหมือนจะมีปัญหา ท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่…” คำบอกเล่าอาการของ Mr.Arnav Manish Nambiar ที่เขาได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเผชิญความเจ็บปวด โดยคุณ Arnav มีท่าเดินที่ผิดปกติตั้งแต่เด็ก ๆ และเมื่อโตขึ้น เพื่อน ๆ ก็ได้สังเกตเห็นความโค้งที่ผิดปกติที่หลัง จึงได้ตัดสินใจไปตรวจ จนพบว่าเป็น โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis)
ระดับอาการของ กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis)
อาการของกระดูกสันหลังเคลื่อน สามารถจำแนกเป็น Grade1-4 เพื่อบอกระดับความรุนแรงของโรคได้
- ระดับต่ำ (Grade I และ Grade II): เป็นระดับที่พบได้บ่อยที่สุด โดยมักเกิดขึ้นในผู้ที่กระดูกสันหลังส่วนล่างเคลื่อนที่ในวัยรุ่น หรือในผู้ใหญ่ที่เกิดจากความเสื่อมตามอายุ ซึ่งอาการมักไม่รุนแรงและสามารถรักษาได้ด้วยวิธีที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
- ระดับสูง (Grade III และ Grade IV): กรณีนี้มักจะต้องให้การรักษาด้วยการผ่าตัด โดยเฉพาะหากมีอาการปวดรุนแรงหรือมีอาการอื่น ๆ ที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ในตอนแรก อาการของคุณ Arnav อยู่ในระดับ 1 เท่านั้น และเคยได้รับคำแนะนำจากแพทย์ที่ให้การรักษาว่า แค่ทำกายภาพบำบัดก็เพียงพอ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและมีการตรวจ MRI เพิ่มเติม กลับพบความผิดปกติของกระดูกสันหลังส่วนล่างในระดับที่ 3 โดยอาการก็จะอยู่ที่หลังส่วนล่างเป็นหลัก หากนั่งเป็นเวลานานก็จะมีอาการปวด และหากไม่ได้ออกกำลังในช่วงเช้า ความปวดก็จะคงอยู่ตลอดทั้งวัน ด้วยอาการที่รบกวนชีวิตประจำวันอย่างหนักนี้ ทำให้เขาต้องรับการผ่าตัด ขณะเดียวกันคุณพ่อ และคุณแม่ของคุณ Arnav ก็เป็นกังวลอย่างมาก เนื่องจากเป็นการผ่าตัดกระดูกสันหลัง เพราะถ้าหากมีอะไรผิดพลาด มันอาจส่งผลต่อคุณ Arnav ไปตลอดชีวิต…
ปวดเส้นประสาท อาการหลังการผ่าตัด แค่จะเดินก็ยังเจ็บ
นพ. พีรวุฒิ ตันติสุวณิชย์กุล แพทย์ผู้ชำนาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลเมดพาร์ค เล่าถึงตอนแรกที่พบกับคุณ Arnav ไว้ว่า “คนไข้มาด้วยอาการปวดเท้าทั้งสองข้างอย่างรุนแรง ลักษณะปวดเหมือนแสบร้อน เหมือนโดนไฟฟ้าช็อต ไม่สามารถวางเท้าบนพื้นได้ ใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าก็ไม่ได้…”
อาการนี้เรียกว่า “อาการปวดเส้นประสาท (neuropathic pain)” เกิดขึ้นเมื่อเส้นประสาทได้รับความเสียหายหรืออักเสบ ส่งผลให้เส้นประสาทส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองแทนสัญญาณปกติ และความเจ็บปวดอาจรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่สามารถหายไปได้เอง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษา อาการจะทวีความรุนแรงขึ้นและอาจส่งผลให้คนไข้มีความกังวล และเกิดภาวะทางอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้า ตามมาได้
ภาวะ อาการ ที่เกิดขึ้นได้ของอาการปวดจากเส้นประสาท
อาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ (Spontaneous pain): อาจรวมถึงความรู้สึกแสบร้อน เจ็บจี๊ด หรือความรู้สึกคล้ายกับไฟฟ้าช็อต รวมถึงรู้สึกเหมือนกับมีเข็มทิ่มอยู่บนผิวหนัง
- ภาวะไวเกินต่อสิ่งเร้า (Allodynia): คือ การกระตุ้นที่ปกติแล้วจะไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ เช่น ความเย็น การกดทับ หรือการสัมผัสผิวหนัง กลับทำให้รู้สึกเจ็บ เป็นความไวต่อการสัมผัสที่มากผิดปกติ
- ภาวะปวดเกินปกติ (Hyperalgesia): เช่น เมื่อโดนเข็มทิ่ม เราควรจะเจ็บแค่เล็กน้อย แต่กลับเจ็บมากกว่าที่ควรเป็น
- ภาวะเจ็บน้อยกว่าปกติ (Hypoalgesia): เช่น เมื่อโดนเข็มทิ่ม ควรจะรู้สึกเจ็บบ้าง แต่กลับไม่เจ็บ
- ภาวะความรู้สึกผิดปกติ (Dysesthesia): คือ มีความรู้สึกที่แปลกประหลาด หรือมีความรู้สึกเจ็บปวดโดยไม่คาดคิด
- อาการนอนไม่หลับ (Insomnia): อาจมีความเครียดทางอารมณ์จากการที่นอนหลับไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากอาการเจ็บปวดจากเส้นประสาท
“ตอนนั้นปวดเส้นประสาทมาก ปวดจนทนไม่ไหว ปวดหลายวันติดกันจนผมร้องทั้งคืน แม้จะกินยาแก้ปวดแรงที่สุดแล้วก็ตาม…” ความรู้สึกของคุณ Arnav ที่เกิดขึ้นหลังจากการผ่าตัด ซึ่งคุณหมอพีรวุฒิ ก็ตระหนักดีว่าความกังวลที่มากที่สุดของคนไข้และครอบครัวคือความเจ็บปวด เพราะฉะนั้นเป้าหมายแรกของคุณหมอคือการลดความเจ็บปวดลงก่อน
ลดความเจ็บปวดด้วย กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy)
กิจกรรมบำบัด เป็นศาสตร์ที่มุ่งช่วยเหลือผู้ป่วยที่ประสบปัญหาด้านร่างกาย ประสาทสัมผัส การคิด หรือสภาพจิตใจ ผ่านการทำกิจกรรมหรือใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาดูแลตัวเองและพึ่งพาตนเองได้อีกครั้ง ในเคสของคุณ Arnav จะเริ่มจากการกระตุ้นการรับความรู้สึก อย่างการใช้ฟองน้ำลูบ สัมผัส และจะเปลี่ยนวัสดุให้แข็งขึ้น เช่น แปรง แม้ตอนแรกจะเจ็บ แต่เมื่อทำต่อเนื่อง เส้นประสาทและสมองจะเรียนรู้ว่า ‘นี่คือความรู้สึกปกติ’ อาการปวดก็จะค่อย ๆ ลดลง
การกระตุ้นประสาทด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า (Peripheral Magnetic Stimulation: PMS)
นอกจากการทำกิจกรรมบำบัดแล้ว คุณหมอพีรวุฒิยังพิจารณาการกระตุ้นแม่เหล็กให้คุณ Arnav ด้วย เนื่องจากวิธีนี้เป็นวิธีที่ลดการอักเสบ และการปวดของเส้นประสาทได้ นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาทที่บกพร่อง โดยการกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวของระบบประสาท ซึ่งช่วยแก้ไขการรับรู้ที่ผิดปกติและนำกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ส่งผลให้สามารถลดอาการปวดเรื้อรังของผู้ป่วยได้อีกด้วย
กายภาพบำบัด ก้าวเดินแห่งความหวัง ก้าวข้ามความเจ็บปวด
คุณ Arnav ได้แบ่งปันประสบการณ์การในการฟื้นฟูจากอาการปวดเส้นประสาทที่โรงพยาบาลเมดพาร์คว่า “ผมชอบการทำกายภาพในสระน้ำมากที่สุด ทุกอย่างช่วยผมได้มาก โดยเฉพาะช่วงที่ปวดเส้นประสาท…” เพราะนอกจากการกายภาพบำบัด และกิจกรรมบำบัดแล้ว ที่เมดพาร์คยังมี ธาราบำบัด (Hydrotherapy) อีกด้วย
“ตั้งแต่เกิด เขาเดินไม่เหมือนคนอื่น แต่ตอนนี้…นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาเดินได้สมดุล วางเท้าได้มั่นคง มันมีความหมายมากสำหรับฉัน เพราะเขาเป็นคนที่ชอบเดิน และชอบออกกำลังกาย…” คุณแม่ของ Arnav พูดถึงความรู้สึกที่ล้นออกมาจากหัวใจ เมื่อได้เห็นลูกก้าวเดินได้อย่างมั่นคง และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง