เลือกหัวข้อที่อ่าน
- โรคตับ มีอาการอย่างไร
- การตรวจไฟโบรสแกน เหมาะกับใคร
- ตรวจไฟโบรสแกน มีขั้นตอนอย่างไร
- ผลการตรวจไฟโบรสแกน ไฟโบรสแกนค่าปกติ คือเท่าไหร่
- ผลการตรวจมีพังผืดในตับ มีไขมันพอกตับ ต้องทำอย่างไร
- ไฟโบรสแกน (FibroScan) รพ. เมดพาร์ค
ไฟโบรสแกน (FibroScan)
ไฟโบรสแกน (FibroScan) คือ เทคโนโลยีอัลตราซาวด์ขั้นสูงที่ใช้ตรวจประเมินสุขภาพตับ ตรวจดูความแข็งของตับ ตรวจหาภาวะพังผืดในเนื้อตับ และตรวจวัดปริมาณไขมันสะสมในตับ เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคตับแข็ง พังผืดในตับ และไขมันพอกตับ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงไวรัสตับอักเสบ มีภาวะอ้วนลงพุง ไขมันในเลือดสูง ดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันนาน หรือผู้ที่มีอาการเฉพาะบ่งชี้ เช่น มีภาวะตัวเหลืองตาเหลือง หรือมีผลตรวจค่าตับผิดปกติ ไฟโบรสแกน ใช้เวลาตรวจสั้น ช่วยชี้ความเสี่ยงมะเร็งตับ ไม่ต้องเจาะเนื้อตับตรวจ ไม่มีความเจ็บปวด และให้ผลการตรวจแม่นยำสูง
ทำไมต้องตรวจ ไฟโบรสแกน
ไขมันพอกตับ ไวรัสตับอักเสบบี และการดื่มแอลกอฮอล์หนัก เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เป็นโรคตับอักเสบ ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุดของคนไทย (อันดับ 1 ในผู้ชายและอันดับ 3 ในผู้หญิง) ไขมันพอกตับระยะที่ 1 มักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อตับอักเสบเรื้อรังนาน ๆ พังผืดในตับจะเริ่มสะสม เซลล์ตับค่อย ๆ ถูกทำลาย ตับทำงานไม่ได้ เป็นตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับในท้ายที่สุด
ไฟโบรสแกน ตรวจหาพังผืดในตับ โดยการปล่อยคลื่นความถี่ต่ำผ่านหัวตรวจอัลตราซาวด์ตรงไปที่เนื้อตับ และตรวจวัดความเร็วของคลื่นเสียงสะท้อนกลับ (VCTE) เพื่อประเมินค่าความแข็งของเนื้อตับ ยิ่งตับแข็งมาก คลื่นเสียงจะยิ่งสะท้อนกลับเร็ว บ่งชี้ภาวะพังผืดในตับหรือตับแข็ง พร้อมกับตรวจวัดปริมาณไขมันสะสมในตับ โดยวัดค่าความต้านทาน (CAP) หลังปล่อยคลื่นความถี่ต่ำเข้าไปที่เนื้อตับ ยิ่งตับมีปริมาณไขมันสะสมมาก แรงต้านทานจะยิ่งมาก บ่งชี้ภาวะไขมันพอกตับ

โรคตับ มีอาการอย่างไร
อาการบ่งชี้ที่อาจแสดงว่าเป็นโรคตับหรือตับได้รับความเสียหาย ได้แก่
- อ่อนเพลียเรื้อรัง ง่วงนอนมากผิดปกติ
- ดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
- ท้องมาน ขาบวม ข้อเท้าบวม
- ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด
- คันตามผิวหนัง
- เบื่ออาหาร
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
ไฟโบรสแกน เหมาะกับใคร
ไฟโบรสแกน เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับ หรือมีพฤติกรรมที่อาจส่งผลให้ตับได้รับความเสียหาย ดังนี้
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน มีภาวะอ้วนลงพุง เป็นโรคไขมันพอกตับ
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
- ผู้ที่มีค่าการทำงานของตับผิดปกติ เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง
- ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคตับแข็ง หรือบุคคลในครอบครัวเป็นโรคตับแข็ง
- ผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี ตับอักเสบซี หรือกลุ่มเสี่ยงไวรัสตับอักเสบ
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์เป็นประจำ ผู้ที่เป็นโรคตับจากแอลกอฮอล์
- ผู้ที่มีผลการตรวจแสดงค่าตับผิดปกติ ค่าเอนไซม์ตับ ALT/AST สูงผิดปกติ
- ผู้ที่มีผลการตรวจทางรังสีของตับผิดปกติ เช่น ผลอัลตราซาวด์ หรือผล CT scan

ตรวจไฟโบรสแกน มีขั้นตอนอย่างไร
ไฟโบรสแกน รพ. เมดพาร์ค ใช้เครื่อง FibroScan® ประสิทธิภาพสูง ตรวจหาภาวะพังผืดหรือแผลเป็นในตับด้วยเทคโนโลยี Vibration Controlled Transient Elastography (VCTE) และตรวจวัดปริมาณไขมันสะสมในตับด้วยโปรแกรม Controlled Attenuation Parameter (CAP) ที่มีความแม่นยำสูงไปพร้อมกัน ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยระยะของโรค ประเมินความรุนแรงของโรค ติดตามผลการรักษา และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล โดยมีการขั้นตอนการตรวจ ดังนี้
การเตรียมตัวก่อนตรวจไฟโบรสแกรน
- งดน้ำและอาหาร 2 ชม. ก่อนการตรวจ
- งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 48 ชม. ก่อนการตรวจ
- ทานยารักษาโรคได้ตามปกติ สามารถจิบน้ำได้
ขั้นตอนการตรวจไฟโบรสแกรน
- เจ้าหน้าที่การแพทย์จัดท่าให้ผู้รับการตรวจนอนหงาย ยกแขนทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ โดยให้ศีรษะและปลายเท้าโน้มไปทางด้านซ้าย เพื่อเปิดช่องชายโครงขวาให้กว้างขึ้น
- แพทย์วางหัวตรวจ FibroScan ที่ทาเจลเย็นตรงส่วนปลายหัวตรวจ ไว้ที่ระหว่างช่องชายโครงขวาเหนือบริเวณตับ แล้วปล่อยคลื่นความถี่ต่ำผ่านผิวหนังเข้าไปยังเนื้อตับ ผู้รับการตรวจจะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นเล็กน้อย แต่จะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด
- เครื่อง FibroScan จะแปลผลการตรวจความเร็วของคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับออกมา (VCTE) เป็นค่าความแข็งของเนื้อตับที่มีหน่วยวัดเป็น กิโลพาสคาล (kPa) หากตับเริ่มแข็ง คลื่นเสียงจะสะท้อนกลับมาเร็ว ค่า kPa ที่วัดได้จะสูง
- พร้อมกันนั้น เครื่องจะวัดค่าความต้านทาน (CAP) ที่มีหน่วยวัดเป็น เดซิเบล/เมตร (dB/m) หากตับมีปริมาณไขมันสะสมมาก ก็จะมีแรงต้านทานมาก ค่า dB/m ที่วัดได้จะสูง
- แพทย์จะตรวจซ้ำที่ตำแหน่งเดิมประมาณ 10 ครั้ง การตรวจจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที และจะแจ้งผลการตรวจให้ทราบทันทีเมื่อการตรวจเสร็จสิ้น โดยแพทย์จะใช้ผลการตรวจที่ได้ในการวินิจฉัยโรค และวางแผนการรักษาโรคต่อไป

ผลการตรวจไฟโบรสแกน ไฟโบรสแกนค่าปกติ คือเท่าไหร่
ผลการตรวจไฟโบรสแกน แบ่งออกเป็น 2 ค่าหลัก คือ ค่าความแข็งของตับ (Fibrosis Score) และค่าไขมันพอกตับ (CAP)
1. ค่าความแข็งของตับ (Fibrosis Score) บ่งบอกความแข็งของเนื้อตับหรือระดับพังผืด (แผลเป็นในตับ (scarring)) ค่ากิโลพาสคาล (kPa) ยิ่งสูง ยิ่งบ่งชี้ภาวะพังผืดในเนื้อตับ หรือโรค ตับแข็งที่รุนแรงขึ้น
1.1 ค่า Fibrosis ระหว่าง 2-7 kPa (F0-F1) ตับปกติ ไม่มีพังผืดในตับ หรือมีพังผืดในตับเล็กน้อย
1.2 ค่า Fibrosis ระหว่าง 7-9.5 kPa (F2) ค่าความแข็งของตับระดับปานกลาง มีพังผืดในตับปานกลาง
1.3 ค่า Fibrosis ระหว่าง 9.5-12.5 kPa (F3) ค่าความแข็งของตับระดับรุนแรง มีพังผืดในตับมาก
1.4 ค่า Fibrosis ตั้งแต่ 12.5 kPa ขึ้นไป (F4) เป็นโรคตับแข็ง
2. ค่าไขมันสะสมในตับ (Controlled Attenuation Parameter: CAP) บ่งบอกปริมาณไขมันสะสมในตับ ค่าเดซิเบล/เมตร (dB/m) ยิ่งสูง ยิ่งบ่งชี้ภาวะไขมันพอกตับ
2.1 ค่า CAP ต่ำกว่า 220 dB/m (S0) ตับปกติ ไม่มีภาวะไขมันพอกตับ
2.2 ค่า CAP ระหว่าง 221-260 dB/m (S1) ไขมันสะสม 11-33% (1/3) เริ่มมีไขมันพอกตับ
2.3 ค่า CAP ระหว่าง 260-290 dB/m (S2) ไขมันสะสม 34-66% (1/3 ถึง 2/3) ไขมันพอกตับปานกลาง
2.4 ค่า CAP ระหว่าง 290-400 dB/m (S3) ไขมันสะสมตั้งแต่ 67% ขึ้นไป (>2/3) ไขมันพอกตับรุนแรง

ผลการตรวจมีพังผืดในตับ มีไขมันพอกตับ ต้องทำอย่างไร
หากผลการตรวจวินิจฉัยแสดงภาวะพังผืดในเนื้อตับ หรือมีภาวะไขมันพอกตับ แพทย์จะวางแผนการรักษาและให้แนวทางการปฏิบัติตน ดังนี้
- รักษาโรคต้นเหตุ ควบคุมโรคร่วม เช่น ไขมันพอกตับ ไขมันในเลือดสูง ไวรัสตับอักเสบ โรคตับจากแอลกอฮอล์ หรือเบาหวาน ทานยาที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง
- งดแอลกอฮอล์ ในผู้ที่มีพังผืดในตับ ให้งดแอลกอฮอล์เด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งให้พังผืดก่อตัวมากขึ้น
- สำหรับผู้ที่มีไขมันพอกตับ หรือมีน้ำหนักตัวมาก แพทย์ให้คำแนะนำ ดังนี้
- ควบคุมอาหารและน้ำหนักตัว หลีกเลี่ยง ปรับลดของทอด ของมัน ของหวาน แป้งขัดขาว และให้เพิ่มผัก ผลไม้ โปรตีนไม่ติดมัน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน หรือ 150 นาที/สัปดาห์ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ให้ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป วางเป้าหมายในการลดน้ำหนักให้ชัดเจน เช่น ลด 5-10% ของน้ำหนักตัว
- ตรวจติดตามอาการกับแพทย์เป็นระยะ พบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อเจาะเลือด ตรวจอัลตราซาวนด์ หรือทำ FibroScan ซ้ำเพื่อดูพังผืดในตับว่าดีขึ้นหรือแย่ลง ตรวจดูปริมาณไขมันพอกตับว่าลดลงหรือไม่
พังผืดในตับ ไขมันพอกตับ หายได้ไหม
ไขมันพอกตับ สามารถลดลงได้ตามการลดลงของน้ำหนักตัว พังผืดในตับระยะแรก สามารถรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบเร็วและรับการรักษาที่สาเหตุ เช่น รับยาต้านไวรัสสำหรับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างจริงจัง หันมาลดน้ำหนัก คุมอาหาร ไขมัน ของหวาน และมีวินัยในการออกกำลังกาย รวมถึงการลด ละ เลิกแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาดสำหรับผู้ที่มีภาวะพังผืดในตับ
พังผืดในตับระยะกลางและระยะรุนแรง สามารถรักษาให้ดีขึ้นหรือย้อนกลับได้บางส่วน หากตรวจพบและรักษาโรคต้นเหตุได้เร็ว ซึ่งตับมีโอกาสซ่อมแซมตนเองได้ พังผืดในตับระยะสุดท้าย ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่สามารถชะลอความเสื่อมและลดภาวะแทรกซ้อนได้หากได้รับการรักษาอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ การรักษาให้หายได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระยะที่ตรวจพบ และเริ่มรักษาโรคได้เร็ว

ไฟโบรสแกน (FibroScan) รพ. เมดพาร์ค
ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ รพ. เมดพาร์ค กรุงเทพ ให้บริการตรวจไฟโบรสแกน (FibroScan) วัดปริมาณไขมันสะสมในตับ ตรวจหาภาวะพังผืดในเนื้อตับ และติดตามโรคตับเรื้อรัง เช่น ไขมันพอกตับ ตับอักเสบจากไวรัสตับอักเสบบี/ซี โรคตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ หรือตับแข็ง โดยทีมแพทย์และพยาบาลศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับที่มีประสบการณ์การตรวจรักษามาแล้วมากมาย พร้อมด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยให้วินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำ นำไปสู่การรักษาได้อย่างทันท่วงที พร้อมวางแผนการรักษาที่เหมาะสมตรงจุด เพื่อให้ผู้รับการตรวจรักษามีโอกาสหายขาดจากโรค ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และฟื้นฟูสุขภาพตับและร่างกายให้ดีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน
คำถามที่พบบ่อย
- การตรวจไฟโบรสแกนเจ็บไหม
การตรวจไฟโบรสแกน (FibroScan) ไม่เจ็บ โดยจะคล้ายคลึงกับการตรวจอัลตราซาวนด์ทั่วไป ที่ใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำผ่านหัวตรวจบนบริเวณผิวหนัง ซึ่งผู้รับการตรวจจะรู้สึกเพียงแรงสั่นสะเทือนเบา ๆ ขณะที่ตรวจเท่านั้น