SPECT CT Siemens - MedPark Hospital Banner

SPECT CT เวชศาสตร์นิวเคลียร์ ตรวจวินิจฉัยโรค

SPECT CT คือ การตรวจทางการแพทย์ที่ช่วยให้แพทย์เห็นทั้ง การทำงานของอวัยวะ และ โครงสร้างของร่างกาย ในการตรวจครั้งเดียว ทำให้การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำมากขึ้น  มีการถ่ายภาพ 2 แบบคือ SPECT และ CT

แชร์
FacebookFacebook MessengerxLINEthreads

เลือกหัวข้อที่อ่าน


SPECT CT เวชศาสตร์นิวเคลียร์ ตรวจวินิจฉัยโรค

SPECT CT คือ การตรวจทางการแพทย์ที่ช่วยให้แพทย์เห็นทั้ง การทำงานของอวัยวะ และ โครงสร้างของร่างกาย ในการตรวจครั้งเดียว ทำให้การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำมากขึ้น  มีการถ่ายภาพ 2 แบบคือ SPECT และ CT  โดยทั้งสองเทคนิคนี้ทำงานร่วมกันดังนี้

SPECT CT ทำงานอย่างไร

เครื่อง SPECT CT ให้ภาพที่มีรายละเอียดสูงโดยการรวมภาพจาก 2 โหมดการทำงานเข้าด้วยกัน ระหว่างภาพข้อมูลการทำงานของร่างกายจากเครื่อง SPECT และข้อมูลกายวิภาคศาสตร์จากเครื่อง CT โดยมีรายละเอียด ดังนี้

SPECT

SPECT (Single photon emission computed tomography) เป็นการสร้างภาพการทำงานภายในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายโดยการใช้สารเภสัชรังสี (Radiopharmaceuticals)  สารนี้จะเข้าไปอวัยวะเป้าหมายที่ต้องการตรวจ เครื่องสเปคจะสร้างภาพจากรังสีแกมม่าที่ปล่อยออกมา 

CT

CT (Computed tomography) คือ เป็นการถ่ายภาพที่แสดงโครงสร้าง ตำแหน่ง และรูปร่างของอวัยวะ เช่น กระดูก เนื้อเยื่อ และอวัยวะ 

เมื่อรวมกันเป็น SPECT/CT แพทย์จึงสามารถรู้ได้ว่า ความผิดปกติเกิดขึ้นที่ตำแหน่งใด และอวัยวะส่วนนั้นทำงานผิดปกติอย่างไร

SPECT CT ตรวจโรคอะไร

รังสีแพทย์ใช้การตรวจ SPECT CT ในการตรวจดูการทำงานของอวัยวะภายใน และหาความผิดปกติในการทำงานของอวัยวะ โดย 3 อวัยวะหลักที่รังสีแพทย์ใช้การตรวจ SPECT CT ในการตรวจวินิจฉัยโรค ได้แก่

  • การตรวจด้วยเครื่องสเปคซีที (SPECT/CT)  ใช้ในการวินิจฉัยและติดตามโรคได้หลากหลาย เช่น
  • มะเร็งบางชนิด ตรวจหาการกระจายของโรคและประเมินผลการรักษา
  • โรคหัวใจ ตรวจภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • โรคกระดูก ตรวจการอักเสบ การติดเชื้อ หรือมะเร็งกระดูก
  • โรคไต ประเมินการทำงานของไตแต่ละข้าง
  • โรคต่อมไทรอยด์และพาราไทรอยด์ ตรวจการทำงานที่ผิดปกติ
  • โรคตับ ถุงน้ำดี และโรคในระบบทางเดินอาหาร

การตรวจด้วยเครื่องสเปคซีที (SPECT/CT) สามารถตรวจได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยสารเภสัชรังสีที่ใช้จะสลายตัวเองและขับออกทางปัสสาวะ ทำให้ไม่ตกค้างในร่างกาย 

ตัวอย่างการตรวจ SPECT CT ของแผนกเวชศาสตร์นิวเคลียร์

การถ่ายภาพรังสีกระดูก (Bone Scan)

เป็นการใช้สารเภสัชรังสี 99mTc-MDP เพื่อการตรวจความผิดปกติของกระดูกจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การแพร่กระจายของมะเร็งมายังกระดูก การอักเสบของกระดูก และการเจริญเติบโตผิดปกติของขากรรไกร

การถ่ายภาพรังสีของไต (Renal Scan)การตรวจการทำงานของไต (Renal scan) ในเด็ก

การถ่ายภาพรังสีของไต (Renal Scan)

เป็นการใช้สารเภสัชรังสี 99mTc-MAG3 หรือ 99mTc-DTPA เพื่อตรวจดูการทำงานของไต ซึ่งสามารถประเมินการทำงานของไตแต่ละข้าง ตรวจหาการอุดตันของไต และติดตามการทำงานของไตภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนไต สามารถตรวจได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยจะไม่มีสารรังสีตกค้างในร่างกาย

การตรวจหาภาวะอุดตันในปอด (Lung perfusion scan)
การตรวจตรวจหาภาวะอุดตันในปอด (Lung perfusion scan)

การตรวจหาภาวะอุดตันในปอด (Lung perfusion scan)

เป็นการใช้สารเภสัชรังสีชื่อ 99mTc-MAA  เพื่อดูการอุดตันในปอด ที่อาจเกิดโรคของหลอดเลือด เช่น ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด (Pulmonary embolism; PE) หรือโรคของหลอดลม เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease; COPD) เป็นต้น

การทำงานของต่อมไทรอยด์ (Thyroid scan)

เป็นการใช้สารเภสัชรังสี 99mTc-Pertechnetate ช่วยวินิจฉัยภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป (Hyperthyroidism) หรือน้อยเกินไป (Hypothyroidism) โดยสามารถดูการจับสารเภสัชรังสีของต่อมไทรอยด์ ซึ่งสามารถบอกได้ว่าต่อมทำงานมากหรือน้อยเกินไป อีกทั้งยังช่วยวินิจฉัยภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis) ซึ่งอาจมีผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์

การเตรียมตัวก่อนตรวจ SPECT CT

  • ไม่ต้องงดอาหารและน้ำก่อนการตรวจ
  • ถอดเครื่องประดับทุกชนิดก่อนการตรวจ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ไอโอดีน หรือสารเภสัชรังสี แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  • ผู้ที่ทานยารักษาโรคประจำตัวหรืออาหารเสริม แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  • ผู้ที่ประวัติอุบัติเหตุ กระดูกแตก กระดูกหัก หรือใส่อวัยวะเทียม แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า

การปฏิบัติตนหลังการตรวจ SPECT CT

  • ดื่มน้ำ 1-1.5 ลิตร หลังการตรวจ 2-3 วัน เพื่อขับสารเภสัชรังสีออกจากร่างกาย
  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับเด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ 24 ชม.
  • สามารถทำกิจกรรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการตรวจ SPECT CT

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้ที่กำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษที่มีมะเร็งไทรอยด์ร่วม

ผลข้างเคียงจากการตรวจ SPECT CT

ปริมาณสารเภสัชรังสีที่ใช้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้รับการตรวจ และเป็นสารกัมมันตรังสีชนิดที่มีอายุสั้นมาก ทำให้การตรวจมีความปลอดภัยสูง และไม่ตกค้างในร่างกาย

ข้อดีของการตรวจ SPECT CT

  • แปรผลได้ถูกต้อง (Accurate interpretation): SPECT CT ช่วยตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะ และระบบการทำงานของร่างกายที่ผิดปกติ เช่น ตรวจจับก้อนเนื้องอกที่ไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยวิธีการตรวจอื่น  ๆ เช่น CT ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้แพทย์แปรผลและวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง และนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ถูกจุด
  • รุกล้ำน้อย (Minimally invasive): SPECT CT ใช้เพียงการฉีดสารเภสัชรังสีเข้าสู่ร่างกายก่อนการตรวจ ไม่มีแผลขนาดใหญ่ ไม่ต้องดมยาสลบหรือให้ยาชา เป็นการตรวจที่เจ็บน้อย มีความปลอดภัยสูง ไม่มีภาวะแทรกซ้อน หรือผลข้างเคียงรุนแรง
  • แผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized treatment plan): SPECT CT  ให้ผลการตรวจวินิจฉัยที่มีความชัดเจน มีความความจำเพาะเจาะจง ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้อย่างเหมาะสม และนำไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพได้อย่างทันท่วงที
  • ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (No overnight hospitalization):  SPECT CT เป็นการตรวจแบบผู้ป่วยนอกจึงไม่ต้องนอน รพ. โดยใช้เวลาในการตรวจทั้งหมดไม่เกินครึ่งวัน และสามารถกลับบ้านไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ
  • ใช้ปริมาณรังสีน้อย (Low-dose radiation):  SPECT CT เป็นการตรวจที่ใช้สารเภสัชรังสีในปริมาณที่น้อยกว่าการตรวจทางรังสีวินิจฉัยอื่น ๆ และยังใช้ปริมาณรังสีเอ็กซ์เทียบเท่ากับการตรวจร่างกายทั่วไป เช่น การตรวจเอ็กซ์เรย์ปอด ทำให้เป็นการตรวจที่มีความปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายใด ๆ กับผู้เข้ารับการตรวจ

SPECT CT ใช้เวลาตรวจกี่วันถึงรู้ผล

โดยทั่วไป หลังการตรวจ SPECT CT แพทย์จะใช้เวลา 2-3 วัน ถึง 1 สัปดาห์ ในการแปรผลการตรวจจึงจะแจ้งผลให้ผู้รับการตรวจทราบ โดยแพทย์จะนำผลการตรวจที่ได้ไปวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลต่อไป

Spect Ct at Med Park Hospital

การตรวจ SPECT CT รพ. เมดพาร์ค

ศูนย์รังสีวินิจฉัย รพ.เมดพาร์ค กรุงเทพ ประเทศไทย นำโดยทีมรังสีแพทย์ระดับอาจารย์แพทย์ผู้ชำนาญการด้านรังสีร่วมรักษา รังสีรักษา รังสีวินิจฉัย และเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่มีประสบการณ์การรักษาทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยโรคทั่วไปและโรคยากซับซ้อนด้วยเครื่องมือแพทย์ระบบดิจิทัลที่ทันสมัยทั้ง Digital X-ray, PET CT หรือ SPECT CT และอุปกรณ์การแพทย์ระดับมาตรฐานสากลอื่น ๆ เพื่อให้การวินิจฉัยโรคมีความถูกต้อง ช่วยให้ได้รับผลการตรวจรวดเร็ว และสามารถแปรผลได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ พร้อมกับทีมแพทย์ผู้ชำนาญการสหสาขาที่ร่วมกันให้การรักษาแบบองค์รวม ช่วยให้การรักษามีความรวดเร็ว ปลอดภัย สามารถให้การรักษาร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้รับการรักษาฟื้นตัวได้เร็ว มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างดี

คำถามที่พบบ่อย

  1. SPECT และ CT ต่างกันอย่างไร

SPECT หรือ การตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เป็นการถ่ายภาพรังสีแกรมมาของสารเภสัชรังสีในร่างกายผ่านการฉีด การกลืน หรือการสูดดมก่อนถ่ายภาพเพื่อตรวจดูทำงานของอวัยวะร่างกาย เนื้อเยื่อ การไหลเวียนโลหิต รวมถึงตรวจหามะเร็ง หรือก้อนเนื้อ โดยจะให้ภาพความผิดปกติแบบเรืองแสง

CT หรือ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นการถ่ายภาพโครงสร้างร่างกายอย่างละเอียด โดยจะแสดงขนาดและตำแหน่งของอวัยวะ กระดูก หรือเนื้อเยื่อ รวมถึงตรวจหามะเร็ง หรือก้อนเนื้อ โดยจะให้ภาพความผิดปกติเป็นจุดขาว-ดำ

รังสีแพทย์ใช้การตรวจ SPECT และ CT ร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลภาพรังสีวินิจฉัยการทำงานของร่างกายและอวัยวะที่มีความละเอียด ชัดเจน และมีความถูกต้อง

เผยแพร่เมื่อ:04 ธ.ค. 2024

แชร์
FacebookFacebook MessengerxLINEthreads