เลือกหัวข้อที่อ่าน
SPECT CT เวชศาสตร์นิวเคลียร์ ตรวจวินิจฉัยโรค
SPECT CT คือ การตรวจทางการแพทย์ที่ช่วยให้แพทย์เห็นทั้ง การทำงานของอวัยวะ และ โครงสร้างของร่างกาย ในการตรวจครั้งเดียว ทำให้การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำมากขึ้น มีการถ่ายภาพ 2 แบบคือ SPECT และ CT โดยทั้งสองเทคนิคนี้ทำงานร่วมกันดังนี้
SPECT CT ทำงานอย่างไร
เครื่อง SPECT CT ให้ภาพที่มีรายละเอียดสูงโดยการรวมภาพจาก 2 โหมดการทำงานเข้าด้วยกัน ระหว่างภาพข้อมูลการทำงานของร่างกายจากเครื่อง SPECT และข้อมูลกายวิภาคศาสตร์จากเครื่อง CT โดยมีรายละเอียด ดังนี้
SPECT
SPECT (Single photon emission computed tomography) เป็นการสร้างภาพการทำงานภายในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายโดยการใช้สารเภสัชรังสี (Radiopharmaceuticals) สารนี้จะเข้าไปอวัยวะเป้าหมายที่ต้องการตรวจ เครื่องสเปคจะสร้างภาพจากรังสีแกมม่าที่ปล่อยออกมา
CT
CT (Computed tomography) คือ เป็นการถ่ายภาพที่แสดงโครงสร้าง ตำแหน่ง และรูปร่างของอวัยวะ เช่น กระดูก เนื้อเยื่อ และอวัยวะ
เมื่อรวมกันเป็น SPECT/CT แพทย์จึงสามารถรู้ได้ว่า ความผิดปกติเกิดขึ้นที่ตำแหน่งใด และอวัยวะส่วนนั้นทำงานผิดปกติอย่างไร
SPECT CT ตรวจโรคอะไร
รังสีแพทย์ใช้การตรวจ SPECT CT ในการตรวจดูการทำงานของอวัยวะภายใน และหาความผิดปกติในการทำงานของอวัยวะ โดย 3 อวัยวะหลักที่รังสีแพทย์ใช้การตรวจ SPECT CT ในการตรวจวินิจฉัยโรค ได้แก่
- การตรวจด้วยเครื่องสเปคซีที (SPECT/CT) ใช้ในการวินิจฉัยและติดตามโรคได้หลากหลาย เช่น
- มะเร็งบางชนิด ตรวจหาการกระจายของโรคและประเมินผลการรักษา
- โรคหัวใจ ตรวจภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
- โรคกระดูก ตรวจการอักเสบ การติดเชื้อ หรือมะเร็งกระดูก
- โรคไต ประเมินการทำงานของไตแต่ละข้าง
- โรคต่อมไทรอยด์และพาราไทรอยด์ ตรวจการทำงานที่ผิดปกติ
- โรคตับ ถุงน้ำดี และโรคในระบบทางเดินอาหาร
การตรวจด้วยเครื่องสเปคซีที (SPECT/CT) สามารถตรวจได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยสารเภสัชรังสีที่ใช้จะสลายตัวเองและขับออกทางปัสสาวะ ทำให้ไม่ตกค้างในร่างกาย
ตัวอย่างการตรวจ SPECT CT ของแผนกเวชศาสตร์นิวเคลียร์
การถ่ายภาพรังสีกระดูก (Bone Scan)
เป็นการใช้สารเภสัชรังสี 99mTc-MDP เพื่อการตรวจความผิดปกติของกระดูกจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การแพร่กระจายของมะเร็งมายังกระดูก การอักเสบของกระดูก และการเจริญเติบโตผิดปกติของขากรรไกร
การตรวจการทำงานของไต (Renal scan) ในเด็ก
การถ่ายภาพรังสีของไต (Renal Scan)
เป็นการใช้สารเภสัชรังสี 99mTc-MAG3 หรือ 99mTc-DTPA เพื่อตรวจดูการทำงานของไต ซึ่งสามารถประเมินการทำงานของไตแต่ละข้าง ตรวจหาการอุดตันของไต และติดตามการทำงานของไตภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนไต สามารถตรวจได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยจะไม่มีสารรังสีตกค้างในร่างกาย

การตรวจตรวจหาภาวะอุดตันในปอด (Lung perfusion scan)
การตรวจหาภาวะอุดตันในปอด (Lung perfusion scan)
เป็นการใช้สารเภสัชรังสีชื่อ 99mTc-MAA เพื่อดูการอุดตันในปอด ที่อาจเกิดโรคของหลอดเลือด เช่น ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด (Pulmonary embolism; PE) หรือโรคของหลอดลม เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease; COPD) เป็นต้น
การทำงานของต่อมไทรอยด์ (Thyroid scan)
เป็นการใช้สารเภสัชรังสี 99mTc-Pertechnetate ช่วยวินิจฉัยภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป (Hyperthyroidism) หรือน้อยเกินไป (Hypothyroidism) โดยสามารถดูการจับสารเภสัชรังสีของต่อมไทรอยด์ ซึ่งสามารถบอกได้ว่าต่อมทำงานมากหรือน้อยเกินไป อีกทั้งยังช่วยวินิจฉัยภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis) ซึ่งอาจมีผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์
การเตรียมตัวก่อนตรวจ SPECT CT
- ไม่ต้องงดอาหารและน้ำก่อนการตรวจ
- ถอดเครื่องประดับทุกชนิดก่อนการตรวจ
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ไอโอดีน หรือสารเภสัชรังสี แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
- ผู้ที่ทานยารักษาโรคประจำตัวหรืออาหารเสริม แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
- ผู้ที่ประวัติอุบัติเหตุ กระดูกแตก กระดูกหัก หรือใส่อวัยวะเทียม แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
การปฏิบัติตนหลังการตรวจ SPECT CT
- ดื่มน้ำ 1-1.5 ลิตร หลังการตรวจ 2-3 วัน เพื่อขับสารเภสัชรังสีออกจากร่างกาย
- ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ
- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับเด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ 24 ชม.
- สามารถทำกิจกรรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ
ผู้ที่ไม่เหมาะกับการตรวจ SPECT CT
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
- ผู้ที่กำลังให้นมบุตร
- ผู้ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษที่มีมะเร็งไทรอยด์ร่วม
ผลข้างเคียงจากการตรวจ SPECT CT
ปริมาณสารเภสัชรังสีที่ใช้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้รับการตรวจ และเป็นสารกัมมันตรังสีชนิดที่มีอายุสั้นมาก ทำให้การตรวจมีความปลอดภัยสูง และไม่ตกค้างในร่างกาย
ข้อดีของการตรวจ SPECT CT
- แปรผลได้ถูกต้อง (Accurate interpretation): SPECT CT ช่วยตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะ และระบบการทำงานของร่างกายที่ผิดปกติ เช่น ตรวจจับก้อนเนื้องอกที่ไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยวิธีการตรวจอื่น ๆ เช่น CT ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้แพทย์แปรผลและวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง และนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ถูกจุด
- รุกล้ำน้อย (Minimally invasive): SPECT CT ใช้เพียงการฉีดสารเภสัชรังสีเข้าสู่ร่างกายก่อนการตรวจ ไม่มีแผลขนาดใหญ่ ไม่ต้องดมยาสลบหรือให้ยาชา เป็นการตรวจที่เจ็บน้อย มีความปลอดภัยสูง ไม่มีภาวะแทรกซ้อน หรือผลข้างเคียงรุนแรง
- แผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized treatment plan): SPECT CT ให้ผลการตรวจวินิจฉัยที่มีความชัดเจน มีความความจำเพาะเจาะจง ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้อย่างเหมาะสม และนำไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพได้อย่างทันท่วงที
- ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (No overnight hospitalization): SPECT CT เป็นการตรวจแบบผู้ป่วยนอกจึงไม่ต้องนอน รพ. โดยใช้เวลาในการตรวจทั้งหมดไม่เกินครึ่งวัน และสามารถกลับบ้านไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ
- ใช้ปริมาณรังสีน้อย (Low-dose radiation): SPECT CT เป็นการตรวจที่ใช้สารเภสัชรังสีในปริมาณที่น้อยกว่าการตรวจทางรังสีวินิจฉัยอื่น ๆ และยังใช้ปริมาณรังสีเอ็กซ์เทียบเท่ากับการตรวจร่างกายทั่วไป เช่น การตรวจเอ็กซ์เรย์ปอด ทำให้เป็นการตรวจที่มีความปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายใด ๆ กับผู้เข้ารับการตรวจ
SPECT CT ใช้เวลาตรวจกี่วันถึงรู้ผล
โดยทั่วไป หลังการตรวจ SPECT CT แพทย์จะใช้เวลา 2-3 วัน ถึง 1 สัปดาห์ ในการแปรผลการตรวจจึงจะแจ้งผลให้ผู้รับการตรวจทราบ โดยแพทย์จะนำผลการตรวจที่ได้ไปวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลต่อไป
การตรวจ SPECT CT รพ. เมดพาร์ค
ศูนย์รังสีวินิจฉัย รพ.เมดพาร์ค กรุงเทพ ประเทศไทย นำโดยทีมรังสีแพทย์ระดับอาจารย์แพทย์ผู้ชำนาญการด้านรังสีร่วมรักษา รังสีรักษา รังสีวินิจฉัย และเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่มีประสบการณ์การรักษาทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยโรคทั่วไปและโรคยากซับซ้อนด้วยเครื่องมือแพทย์ระบบดิจิทัลที่ทันสมัยทั้ง Digital X-ray, PET CT หรือ SPECT CT และอุปกรณ์การแพทย์ระดับมาตรฐานสากลอื่น ๆ เพื่อให้การวินิจฉัยโรคมีความถูกต้อง ช่วยให้ได้รับผลการตรวจรวดเร็ว และสามารถแปรผลได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ พร้อมกับทีมแพทย์ผู้ชำนาญการสหสาขาที่ร่วมกันให้การรักษาแบบองค์รวม ช่วยให้การรักษามีความรวดเร็ว ปลอดภัย สามารถให้การรักษาร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้รับการรักษาฟื้นตัวได้เร็ว มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างดี
คำถามที่พบบ่อย
- SPECT และ CT ต่างกันอย่างไร
SPECT หรือ การตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เป็นการถ่ายภาพรังสีแกรมมาของสารเภสัชรังสีในร่างกายผ่านการฉีด การกลืน หรือการสูดดมก่อนถ่ายภาพเพื่อตรวจดูทำงานของอวัยวะร่างกาย เนื้อเยื่อ การไหลเวียนโลหิต รวมถึงตรวจหามะเร็ง หรือก้อนเนื้อ โดยจะให้ภาพความผิดปกติแบบเรืองแสง
CT หรือ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นการถ่ายภาพโครงสร้างร่างกายอย่างละเอียด โดยจะแสดงขนาดและตำแหน่งของอวัยวะ กระดูก หรือเนื้อเยื่อ รวมถึงตรวจหามะเร็ง หรือก้อนเนื้อ โดยจะให้ภาพความผิดปกติเป็นจุดขาว-ดำ
รังสีแพทย์ใช้การตรวจ SPECT และ CT ร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลภาพรังสีวินิจฉัยการทำงานของร่างกายและอวัยวะที่มีความละเอียด ชัดเจน และมีความถูกต้อง