เมดพาร์ค โรงพยาบาลที่ไม่ใช่แค่รักษาโรคยากซับซ้อน แต่กำลังเดินหน้าดูแลโลกไปพร้อมกัน
“เคยสงสัยไหมว่า ในหนึ่งวัน โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ใช้พลังงานมากแค่ไหน?”

เพราะทุกวินาทีคือการดูแลชีวิต ในหนึ่งวัน โรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาล เพื่อสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดให้กับผู้ป่วยและผู้มาใช้บริการ แต่จะดีกว่าไหม? ถ้าโรงพยาบาลสามารถรักษาคนไข้ ภายใต้มาตรฐานระดับโลก พร้อมกับการดูแลโลกใบนี้ให้ยั่งยืนและน่าอยู่มากขึ้น
เมื่อความยั่งยืน ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่ต้องวัดผลได้และปฏิบัติได้จริง
โรงพยาบาลเมดพาร์ค ก่อตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด ‘อาคารสีเขียว’ ตั้งแต่วันแรกของการออกแบบ ผังอาคารถูกวางให้ถูกต้องตามทิศทางของแสงแดด เพื่อรับแสงธรรมชาติ และลดความร้อนเข้าสู่อาคารโดยไม่จำเป็น รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาคารโรงพยาบาล ได้รับการรับรอง LEED Gold certified (2021) ซึ่งเป็นการสะท้อนมาตรฐานด้านอาคารสีเขียวในระดับสากล นับเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและชาญฉลาด
เราเชื่อว่า ความยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการทำโครงการระยะสั้น แต่ต้องทำให้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการบริหารองค์กร ดังนั้น จึงมีการตั้งเป้าหมาย วัดผล และการติดตามอย่างต่อเนื่อง ภาพของความยั่งยืนจึงเริ่มมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

ในปี 2025 โรงพยาบาลเมดพาร์ค สามารถลดการใช้พลังงานต่อรายได้ลง 2.71% และลดการใช้พลังงานต่อพื้นที่ลง 7.6% เมื่อเทียบกับปี 2024 ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมลดลงจาก 9,800 เหลือ 9,186 tCO₂e หรือลดลง 6.3% ภายในหนึ่งปี
“พลังงาน” ก้าวแรกของการเปลี่ยนทั้งระบบ
สิ่งที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของการใช้ทรัพยากรได้อย่างชัดเจนที่สุดคือ “พลังงานไฟฟ้า” เพราะทุกพื้นที่ในโรงพยาบาล เราไม่ได้ใช้พลังงานแค่แสงสว่าง แต่ยังรวมไปถึง ระบบเครื่องปรับอากาศ ระบบควบคุมคุณภาพอากาศ การควบคุมอุณหภูมิความชื้นในห้องยา (Pharmacy Storage) และห้องเครื่องมือตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคยากซับซ้อน ระบบลิฟท์ รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคาร
เมดพาร์ค ไม่ได้มองการประหยัดพลังงานเป็นเพียงการลดปริมาณการใช้ แต่เปลี่ยนมุมมองมาสู่ ‘การใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด’ โดยระบบเครื่องปรับอากาศ (HVAC) และ Chiller ถูกปรับให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานจริง รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากรที่มีมากกว่า 1,000 คน ให้มีส่วนร่วมในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เพราะเราเชื่อว่า พลังงานไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขต้นทุน แต่เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรด้วย
“คาร์บอน” ในก๊าซเรือนกระจกที่ลอยอยู่ในอากาศ สู่ผลลัพธ์ของการจัดการที่ควบคุมได้
ในการดูแลรักษาผู้ป่วยนั้น ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในอาคารของโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้า ใช้เครื่องปรับอากาศ ใช้น้ำ หรือแม้แต่ในกระบวนการรักษา ล้วนมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น

โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงเกิดขึ้นด้วยความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการเปรียบเทียบระหว่างปี 2024 - 2025 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า เมดพาร์ค สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึง 6.3%
แม้ว่าตัวเลขนี้อาจดูไม่มากนัก แต่สำหรับสถานที่ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และมีโครงสร้างที่เอื้อต่อการใช้พลังงานที่มีความสิ้นเปลืองน้อยอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่สะท้อนได้ว่า การเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นจริง และเป็นก้าวแรกของเป้าหมายระยะยาว ในการรักษาผู้ป่วย และดูแลโลกไปพร้อมกัน
ทุกความยั่งยืน กลมกลืนอยู่ในทุกการรักษาของเมดพาร์ค
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่แนวคิดการสร้างอาคารที่เป็นภาพใหญ่ แต่เราลงลึกไปถึงรายละเอียดที่แทรกซึมอยู่ในในกระบวนการรักษาด้วย เช่น การปรับแนวทางการใช้ยาดมสลบอย่างเหมาะสม ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าลดลง 16% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากกระบวนการดมยา

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาบริการ Telemedicine เพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้ป่วยบางกลุ่ม ให้สามารถรับคำปรึกษาโดยไม่ต้องเดินทางมายังโรงพยาบาล ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเวลาแล้ว ยังลดการปล่อยคาร์บอน จากการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงและช่วยลดมลพิษทางอากาศ อันเกิดจากการเดินทางท่ามกลางสภาพการจราจรที่ติดขัด
นี่คือภาพของการปรับแนวทางการให้บริการทางการแพทย์ที่กำลังเปลี่ยนไป จากการให้ความสำคัญในการรักษาผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว สู่การคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่กว้างขึ้นและปฏิบัติได้จริง
การจัดการ “น้ำ - ขยะ” จากของเสียสู่ทรัพยากรหมุนเวียน
ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ในปี 2024 น้ำสะอาด ถูกใช้ไปประมาณ 169,986 ลูกบาศก์เมตรต่อปี เมื่อเทียบกับปี 2025 คือ 169,325 ลูกบาศก์เมตรต่อปี นั่นหมายความว่า เมดพาร์คสามารถลดการใช้น้ำลงได้ราว 1.88%

เราเปลี่ยนวิธีคิดเพื่อให้เกิดการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าที่สุด โดยน้ำที่ผ่านการใช้งาน จะไม่ได้ถูกปล่อยทิ้งทั้งหมด บางส่วนถูกส่งเข้าสู่ระบบบำบัด และนำกลับมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบหล่อเย็น รวมถึงการดูแลพื้นที่สีเขียวทั้งในและนอกอาคารโรงพยาบาล
ขณะที่ “ขยะ” ก็ถูกจัดการด้วยแนวคิดเดียวกัน โดยมีการนำขยะที่ไม่เป็นอันตรายเข้าสู่กระบวนการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น เศษอาหารถูกเปลี่ยนเป็นปุ๋ย พลาสติกถูกรีไซเคิลเป็นพลังงาน หรือวัสดุสิ่งทอที่ถูกส่งต่อเพื่อใช้ซ้ำ
โดยในปัจจุบัน ขยะเหล่านี้นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ถึง 29.4% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 40% ภายในปี 2029
การเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในองค์กร
ความยั่งยืนจะไม่เกิดขึ้นจริง หากเกิดขึ้นเพียงภายในองค์กรเดียว เมดพาร์คจึงขยายแนวคิดนี้ไปสู่ “คู่ค้าและห่วงโซ่อุปทาน” เพราะการดูแลโลก ไม่ได้จบลงทันที่ก้าวออกจากประตูโรงพยาบาล
ปัจจุบัน 28% ของการจัดซื้อของเมดพาร์ค เป็นความพยายามในการคัดสรรสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน 41% ของคู่ค้า ต่างมีนโยบายด้านความยั่งยืนร่วมกัน
เพราะเราเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนกลุ่มเดียว แต่เป็นการเดินหน้าไปพร้อมกับพันธมิตรที่มองเห็นคุณค่าของสิ่งเดียวกัน
จากพันธกิจหลัก: ช่วยรักษาสุขภาพที่ดีไว้ได้นานที่สุด สู่การดูแลโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
เรื่องราวของ โรงพยาบาลเมดพาร์ค อาจเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามง่าย ๆ แล้วค่อย ๆ เติบโตเป็นระบบที่มีแบบแผน และมีทิศทางชัดเจน เช่นเดียวกับแนวคิดที่เริ่มต้นจากการออกแบบอาคาร ต่อยอดสู่การบริหารจัดการพลังงาน การวัดผลการลดคาร์บอน รวมถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการรักษา ก่อนจะค่อย ๆ ขยายออกไปสู่การทำงานร่วมกับเครือข่ายคู่ค้าและพันธมิตรที่มีแนวคิดในการดูแลสิ่งแวดล้อมไปในทิศทางเดียวกัน

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายปลายทาง แต่เป็นวิธีคิดที่ค่อย ๆ แทรกอยู่ในทุกการตัดสินใจ และทุกการดูแลผู้ป่วยในแต่ละวันได้อย่างกลมกลืน
ถึงแม้ว่าตัวเลขการเปลี่ยนแปลงในวันนี้อาจยังไม่ใช่จุดสูงสุด แต่เป็นก้าวสำคัญที่ยืนยันว่าการดูแลผู้ป่วยภายใต้มาตรฐานระดับสากล สามารถเกิดขึ้นควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้จริง
ในอนาคต ภาพของ “โรงพยาบาลที่ดีที่สุด” อาจไม่ได้วัดกันด้วยมาตรฐาน ความเชี่ยวชาญ และบริการ แต่อาจรวมถึงความสามารถในการ “ดูแลโลกให้น่าอยู่และเอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว”


