Follow Us

ภาวะสมองบาดเจ็บ

ภาวะสมองบาดเจ็บโดยปกติเกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรงที่ศีรษะหรือร่างกาย นอกจากนี้ยังอาจเป็นผลมาจากการกระแทกอย่างกะทันหันโดยวัตถุบางชนิด

ภาวะสมองบาดเจ็บ

ภาวะสมองบาดเจ็บโดยปกติเกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรงที่ศีรษะหรือร่างกาย นอกจากนี้ยังอาจเป็นผลมาจากการกระแทกอย่างกะทันหันโดยวัตถุบางชนิด เช่น กระสุนหรือกะโหลกศีรษะ ในการบาดเจ็บที่สมองไม่รุนแรงเซลล์สมองอาจได้รับผลกระทบชั่วคราว ในขณะที่การบาดเจ็บที่สมองที่รุนแรงอาจนำไปสู่ความเสียหายของสมองรวมถึงการฟกช้ำของเนื้อเยื่อที่อาจฉีกขาดและเกิดเลือดออก การบาดเจ็บเหล่านี้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวหรือเสียชีวิตได้

 

อาการ

ทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจอาจได้รับผลกระทบจากภาวะสมองบาดเจ็บ โดยสัญญาณและอาการของภาวะสมองบาดเจ็บอาจปรากฏขึ้นทันทีหลังจากได้รับบาดเจ็บ หรืออาจเกิดขึ้นหลายวันหรือหลายสัปดาห์หลังจากนั้น

  • การบาดเจ็บที่สมองเล็กน้อย
ผู้ที่มีบาดแผลทางสมองเล็กน้อยอาจมีอาการ:
    • ปวดหัว
    • คลื่นไส้หรืออาเจียน
    • อ่อนเพลียหรือง่วงนอน
    • ปัญหาการพูด
    • เวียนหัว
    • การสูญเสียความสมดุล
    • หมดสติเป็นวินาทีหรือนาที
    • สับสนโดยไม่เสียการทรงตัว

ผู้ที่มีภาวะสมองบาดเจ็บเล็กน้อยอาจมีปัญหาทางประสาทสัมผัสและการรับรู้ความเข้าใจ เช่น

  • อาการทางประสาทสัมผัส
    • มองเห็นภาพซ้อน
    • หูอื้อ
    • ความสามารถของกลิ่นหรือรสชาติเปลี่ยนแปลงไป
    • ความไวต่อแสงหรือเสียง
  • อาการทางปัญญาหรือทางจิต
    • อารมณ์เปลี่ยนแปลงหรือแกว่ง
    • ปัญหาเกี่ยวกับความจำหรือสมาธิ
    • อาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวล
  •  ภาวะสมองบาดเจ็บในระดับปานกลางถึงรุนแรง

สัญญาณและอาการของภาวะสมองบาดเจ็บในระดับปานกลางถึงรุนแรงอาจเกิดขึ้นภายในหนึ่งชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากได้รับบาดเจ็บ สัญญาณและอาการเหล่านี้อาจรวมถึงปัญหาทางร่างกายความรู้ ความเข้าใจ และจิตใจดังต่อไปนี้

  • อาการทางร่างกาย
    • ปวดหัวเป็นเวลานานหรือมีอาการแย่ลง
    • อาเจียนหรือคลื่นไส้ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
    • ชัก
    • การขยายรูม่านตาของดวงตาหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
    • การระบายของเหลวใสออกจากจมูกหรือหู
    • สูญเสียการประสานงานของร่างกาย
    • หมดสติเป็นเวลาไม่กี่นาทีหรือยาวนานถึงชั่วโมง
    • นิ้วมือและนิ้วเท้าอ่อนแรงหรือชา
    • ไม่สามารถตื่นจากการหลับได้
  • อาการทางปัญญาหรือทางจิต
    • ความสับสนอย่างรุนแรง
    • พฤติกรรมที่ผิดปกติ
    • พูดไม่ชัด
    • หมดสติ
    • อาการโคม่า
  • อาการในเด็ก

เด็กเล็กและทารกอธิบายอาการที่เกิดขึ้นกับตนเองได้ยาก ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่อาจจำเป็นต้องสังเกตุสัญญาณและอาการของภาวะสมองบาดเจ็บหากเด็กมีอาการ

    • หงุดหงิดผิดปกติ
    • เกิดการเปลี่ยนแปลงของนิสัยและพฤติกรรมบางอย่าง รวมถึงการกิน การนอน และดื่มนม
    • การสูญเสียความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ
    • มีสมาธิลดน้อยลง
    • ร้องไห้อย่างต่อเนื่องและยากที่จะหยุด
    • อาการชัก
    • ง่วงนอน
    • อารมณ์เศร้าหรือซึมเศร้า

 

เมื่อไหร่จึงควรต้องไปพบแพทย์

ขอแนะนำให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะไปพบแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ในกรณีที่มีสัญญาณและอาการของภาวะสมองบาดเจ็บเกิดขึ้นให้รีบพบแพทย์โดยทันที

 

สาเหตุ

โดยทั่วไปการบาดเจ็บภาวะสมองบาดเจ็บเกิดจากการกระแทกหรือการบาดเจ็บที่ศีรษะหรือร่างกาย โดยการบาดเจ็บอาจเกิดจากบางเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

  • การล้ม
  • อุบัติเหตุทางรถยนต์
  • ความรุนแรงหรือการใช้กำลัง
  • การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • ระเบิดและการบาดเจ็บจากการต่อสู้อื่น ๆ

 

ปัจจัยเสี่ยง

ภาวะสมองบาดเจ็บอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนในทุกช่วงอายุ อย่างไรก็ตามความเสี่ยงของภาวะสมองบาดเจ็บมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกับบุคคลดังต่อไปนี้

  • เด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ขวบ
  • ผู้ที่มีอายุระหว่าง 15 ถึง 24 ปี
  • ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
  • เพศชายในทุกช่วงอายุ

 

ภาวะแทรกซ้อน

การบาดเจ็บที่สมองอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังหรือถาวรซึ่งอาจรวมถึง

  • ภาวะแทรกซ้อนที่มีสติ
    • โคม่า
    • ภาวะผู้ป่วยติดเตียง
    • สภาวะที่มีสติน้อยที่สุด
    • สมองตาย
  • ภาวะแทรกซ้อนทางกายภาพ
    • ชัก
    • ภาวะ Hydrocephalus หรืออาการน้ำคั่งในสมอง
    • การติดเชื้อ
    • ความเสียหายของเส้นเลือด
    • ปวดหัว
    • วิงเวียน
  • ภาวะแทรกซ้อนทางปัญญา
ปัญหาด้านความรู้ความเข้าใจ เช่น ความจำ การเรียนรู้ การใช้เหตุผล การตัดสินใจ หรือสมาธิ ความสามารถในการบริหารจัดการ รวมถึงการแก้ปัญหา
 
  • ภาวะแทรกซ้อนในการสื่อสาร
    • ปัญหาในการทำความเข้าใจคำพูด การเขียน การอ่าน สัญญาณจากผู้ฟัง หรือสัญญาณอวัจนภาษา
    • ปัญหาในการพูดหรือเขียน
    • ขาดความสามารถในการคิด วิเคราะห์
    • ปัญหาในการติดตามและมีส่วนร่วมในการสนทนา
    • ปัญหาในการใช้น้ำเสียง ระดับเสียง หรือความเครียดในการแสดงอารมณ์ ทัศนคติ หรือความแตกต่างในความหมาย
    • ปัญหาในการเริ่มหรือหยุดการสนทนา
    • ภาวะ Dysarthria หรือภาวะที่ไม่สามารถใช้กล้ามเนื้อที่จำเป็นในการสร้างคำได้
  • ภาวะแทรกซ้อนทางประสาทสัมผัส
    • เสียงดังในหูเป็นเวลานาน
    • ปัญหาในการรับรู้วัตถุ
    • การประสานของมือและตาบกพร่อง
    • การมองเห็นภาพซ้อนหรือเกิดจุดบอด
    • การเปลี่ยนแปลงของรสชาติและกลิ่น
    • ความรู้สึกชา ปวด หรือคัดในบริเวณผิวหนัง
    • สูญเสียสมดุล หรือเวียนศีรษะ
  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
    • ขาดความตระหนักรู้
    • เกิดพฤติกรรมเสี่ยง
    • ความยากลำบากในการเข้าใจสถานการณ์ทางสังคม
    • การไม่สามารถควบคุมวาจาหรือกายภาพ
    • ความสามารถในการควบคุมตนเองน้อยลง
  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
    • ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
    • โกรธง่าย
    • นอนไม่หลับ
    • มีอาการซึมเศร้า
    • เกิดความวิตกกังวล
    • เกิดอารมณ์แปรปรวน
    • หงุดหงิดง่าย
    • ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
    • นอนไม่หลับ
    • เกิดโรคสมองเสื่อม
ภาวะสมองบาดเจ็บอาจส่งผลให้เกิดโรคทางสมองอื่น ๆ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน หรือโรคสมองเสื่อม
 

การวินิจฉัย

แพทย์อาจทำการทดสอบด้วยขั้นตอนต่างๆ เพื่อตรวจสอบความรุนแรงของการบาดเจ็บและการทำงานของสมอง การทดสอบและขั้นตอนดังกล่าวอาจรวมถึง

  • กลาสโกว์โคม่าสเกล
  • การทดสอบภาพรวมถึง CT scan และ MRI
  • เครื่องวัดความดันในกะโหลกศีรษะ

 

การรักษา

การรักษาอาการบาดเจ็บที่สมองอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บ อาจไม่จำเป็นต้องใช้การรักษาใดใดสำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง แต่แพทย์อาจแนะนำให้พักผ่อนหรือสั่งยาบรรเทาปวดหากคนไข้มีอาการปวดศีรษะ โดยส่วนใหญ่อาจทำการนัดหมายเพื่อติดตามอาการ อย่างไรก็ตามการรักษาอื่น ๆ สำหรับการบาดเจ็บที่สมองที่รุนแรงมากขึ้นอาจรวมถึง

  • การใช้ยา

 เพื่อจำกัดความเสียหายต่อสมอง แพทย์อาจสั่งจ่ายยาบางอย่างซึ่งอาจรวมถึง

    • ยาขับปัสสาวะ
    • ยาต้านการชัก
    • Coma-inducing drugs
  • ศัลยกรรม

 เพื่อลดความเสียหายเพิ่มเติมต่อเนื้อเยื่อสมอง แพทย์อาจทำการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมรอยแตกของกะโหลกศีรษะหรือเพื่อลดความเสี่ยงของ

    • ลิ่มเลือด
    • เลือดออกในสมอง
    • แรงกดของวัตถุซึ่งอาจรวมกึงกะโหลกศีรษะที่อาจกดหรือติดอยู่ในศีรษะ