เลือกหัวข้อที่อ่าน
- ต้อลม เกิดจากอะไร
- อาการของต้อลม
- สาเหตุของโรคต้อลม
- การตรวจวินิจฉัยโรคต้อลม
- การรักษาต้อลม
- การป้องกันโรคต้อลม
โรคต้อลม
โรคต้อลมเกิดจากการสะสมของไขมัน โปรตีน หรือแคลเซียม หรือทั้งหมด ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรอยนูนสีเหลืองขนาดเล็กบนเยื่อบุตา โดยส่วนใหญ่จะขึ้นบริเวณหัวตาของตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ต้อลมอาจเป็นวงกลมหรือสามเหลี่ยม ซึ่งอาจจะโตขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
ต้อลมมักไม่เป็นอันตรายและไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใด ๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ต้องรับการรักษาหรือการผ่าตัด หากรู้สึกระคายเคือง อาจใช้ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งเพื่อบรรเทาอาการ
อาการของต้อลม
- มีรอยนูนสีเหลืองขนาดเล็กในตาขาวข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง
- ตาแดง ตาบวม คันตา และระคายเคืองตา
- รู้สึกเหมือนมีทรายในดวงตาหรือตาแห้ง
- มีน้ำตา
ควรไปพบแพทย์เมื่อใด
หากสังเกตเห็นว่าการมองเห็นเปลี่ยนไปหรืออาการระคายเคืองไม่หายไป ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่เหมาะสม
โรคต้อลม สาเหตุเกิดจากอะไร
- การโดนแสงแดด รังสียูวี ฝุ่นและลมเป็นเวลานาน
- อายุที่เพิ่มขึ้น ต้อลมเป็นภาวะที่พบบ่อยในผู้ใหญ่วัยกลางคนและผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุเกือบทุกคนจะเป็นต้อลม
โรคต้อลม มีวิธีตรวจวินิจฉัยอย่างไร
การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ Slit-lamp แพทย์จะตรวจดูต้อลมด้านหน้าและตรวจดวงตาด้านใน
ต้อลม มีวิธีรักษาอย่างไร
ต้อลมไม่เป็นอันตรายและไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นหรือทําให้ตาบอด ถึงแม้ว่าต้อลมจะไม่หายไปแต่ก็ไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงใด ๆ หากมีอาการเคืองตา แพทย์อาจแนะนำวิธีการรักษาดังต่อไปนี้
- ใช้น้ำตาเทียม หรือขี้ผึ้ง เพื่อให้ด้วยดวงตาชุ่มชื้น
- ใช้ยาหยอดตาแบบสเตียรอยด์ เพื่อบรรเทาอาการบวมและแดง
- แพทย์อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัด หากอาการอักเสบไม่ดีขึ้น หรือต้อลมส่งผลต่อการมองเห็น หรือผู้ป่วยไม่ชอบลักษณะต้อลมในดวงตา อย่างไรก็ตามหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจกลับมาเป็นต้อลมได้อีก
การป้องกันโรคต้อลม
- สวมแว่นกันแดดแบบปิดด้านข้างและหมวกปีกกว้างเวลาอยู่กลางแดด ป้องกันตัวเองจากรังสีอัลตราไวโอเลต A และ B ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคต้อลม
- สวมแว่นตานิรภัยหากต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นมากหรืออากาศแห้ง
- ใช้ยาหยอดตาบํารุงดวงตาให้ชุ่มชื้นเพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ต้อลม เกิดจากอะไร? (Pinguecula Causes)
A: ต้อลมเกิดจากการเสื่อมของเนื้อเยื่อบริเวณเยื่อบุตาขาว โดยมีการสะสมของ โปรตีน ไขมัน หรือแคลเซียม จนกลายเป็นตุ่มนูนสีขาวหรือเหลืองอ่อน มักพบบริเวณหัวตา สาเหตุหลักมาจากการระคายเคืองสะสมจาก รังสียูวี (UV), ลม, ฝุ่น และความแห้งกร้าน ของดวงตา - Q: อาการต้อลม เป็นอย่างไร? (Pinguecula Symptoms)
A: อาการต้อลม สังเกตได้จากตุ่มนูนขนาดเล็กในตาขาว มีอาการข้างเคียงดังนี้:- ระคายเคืองตา รู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายในตา
- ตาแห้ง ผิวตาไม่เรียบเนียน
- ตาแดงหรืออักเสบเมื่อโดนสิ่งกระตุ้น (เช่น แดดจัดหรือลมแรง)
- Q: ต้อลมอันตรายไหม รักษาอย่างไร? (Treatment & Prevention)
A: ต้อลมไม่อันตรายและไม่ทำให้ตาบอด การรักษามุ่งเน้นการบรรเทาอาการตามความรุนแรง:- อาการน้อย: ใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
- มีการอักเสบ: ใช้ยาหยอดตาในกลุ่มสเตียรอยด์ภายใต้การดูแลของแพทย์
- การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อต้อลมลุกลามเป็นต้อเนื้อหรืออักเสบเรื้อรังจนกระทบการใช้ชีวิต