ยามุ่งเป้า รักษามะเร็ง ตรงจุด คืนความหวังให้ผู้ป่วย
หนึ่งในวิธีการรักษาโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพและตรงจุดมากวิธีหนึ่ง มีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง และอายุยืนยาวขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่า มะเร็ง = หมดหวัง อีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ ยามุ่งเป้า มีความเฉพาะและต้องเลือกใช้อย่างเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย ต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการวางแผนการรักษาด้วยยามุ่งเป้า นพ. วิกรม เจนเนติสิน อายุรแพทย์โรคมะเร็ง จะมาช่วยให้ข้อมูล ให้เราเข้าใจการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันมากขึ้น

รู้จักกับ ยามุ่งเป้า: ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เหมือนมีพลังพิเศษ
ยามุ่งเป้ามีการทำงานตามชื่อ คือ การออกฤทธิ์เฉพาะเป้าหมาย หรือก็คือเซลล์มะเร็งเท่านั้น นี่เป็นเหมือนจุดเด่นที่ทำให้การรักษาด้วยวิธีนี้มีประสิทธิภาพ
“เซลล์มะเร็งแตกต่างจากเซลล์ปกติอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการแบ่งตัวและเจริญเติบโตอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด เซลล์ปกติจะมีกลไกควบคุมการเติบโตและหยุดตัวเองเมื่อถึงเวลา แต่เมื่อเซลล์เกิดการกลายพันธุ์และมีพันธุกรรมผิดปกติ ร่างกายก็ไม่สามารถหยุดยั้งการเติบโตที่ผิดปกติได้ เซลล์มะเร็งจึงสามารถลุกลามไปยังอวัยวะต่าง ๆ ที่ไม่ใช่จุดกำเนิดของมันได้ครับ” คุณหมอวิกรมอธิบาย
ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างนี้เอง ยามุ่งเป้าจึงถูกออกแบบมาเพื่อ “ล็อกเป้าหมาย” เฉพาะเซลล์มะเร็งที่ผิดปกติ และเข้าไปบล็อกการทำงานของเซลล์ดังกล่าว โดยที่เซลล์ข้างเคียงที่ปกติจะไม่ได้รับผลกระทบ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพและตรงจุดยิ่งขึ้น
“ในผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม ที่ตอบสนองต่อยามุ่งเป้าอย่างดี สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป และช่วงอายุที่ยาวนานขึ้น จะช่วยเพิ่มโอกาสได้รับประโยชน์จากยาใหม่ ๆ ที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะยิ่งช่วยยืดอายุผู้ป่วยได้นานขึ้นไปอีก”
กว่าจะมาเป็น ยามุ่งเป้า: เบื้องหลังการพัฒนาที่ต้องอาศัยหมอมะเร็ง
ในอดีต ยามุ่งเป้าตัวแรก ส่วนใหญ่จะเป็นยาที่ไปยับยั้งการออกฤทธิ์ของฮอร์โมน หรือจะเรียกว่ายาต้านฮอร์โมนก็ได้ ซึ่งจะจัดการได้เฉพาะเซลล์มะเร็งที่มีตัวรับฮอร์โมนเท่านั้น ต่อมาได้มีการศึกษาและวิเคราะห์เซลล์มะเร็ง ทำให้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงในระดับอนุพันธ์ที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยมะเร็งแต่ละชนิด
ต่อมาจึงมีการพัฒนาการผลิตยามุ่งเป้ามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งตรงกับกลไกการเกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะในโรคมะเร็งที่พบบ่อย อาทิ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ ซึ่งในมะเร็งที่พบน้อยมาก ๆ และมีฐานข้อมูลไม่เพียงพอ ก็อาจยังไม่มียามุ่งเป้าที่รักษาตรงจุด ยังต้องอาศัยการเก็บรวบรวมเคสและข้อมูลต่าง ๆ อยู่
“ในปัจจุบัน สามารถระบุได้ว่า ยีนส์ที่ก่อมะเร็ง คิดคร่าว ๆ จะมีอยู่ประมาณ 2,000 ยีนส์ คิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของยีนส์ทั้งหมด 20,000 ยีนส์ในมนุษย์ ซึ่งยามุ่งเป้าในปัจจุบัน ที่ผลิตมาเพื่อรักษายีนส์ที่ผิดปกติดังกล่าวครอบคลุม 10 เปอร์เซ็นต์ของยีนส์ก่อนมะเร็งทั้งหมด นั่นก็คือ ประมาณ 200 ยีนส์ หรือ 200 ชนิดนั่นเองครับ แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ สามารถช่วยให้ออกแบบยาได้เร็วขึ้น ตรงจุดมากขึ้น เป็นทิศทางที่ดีที่การรักษาด้วยยามุ่งเป้าจะครอบคลุมมากขึ้นครับ”
เมื่อถามว่ามะเร็งอะไรที่มีผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษาด้วยยามุ่งเป้า คุณหมอตอบว่า ‘มะเร็งปอด’ ถัดมาคือ ‘มะเร็งเต้านม’ เนื่องจากเป็นโรคที่พบบ่อย มีการศึกษากลไกของการเกิดมะเร็งมากพอ ตัวยาที่ผลิตออกมาจึงครอบคลุมการใช้งานที่แมตช์กับความผิดปกติ หรือลักษณะการกลายพันธุ์ของมะเร็ง ผลการรักษามีประสิทธิภาพ คุ้มค่าที่จะผลิตเนื่องจากมีความต้องการในตลาดสูง

ความก้าวหน้าของ ยามุ่งเป้า: 2 รูปแบบที่น่าจับตามอง
คุณหมอช่วยยกตัวอย่างความก้าวหน้าของการพัฒนายามุ่งเป้าเพื่อรักษาโรคมะเร็งมา 2 รูปแบบ ได้แก่
- ยาแบบออกฤทธิ์สองทาง (Bi-specific): เป็นยาที่สามารถบล็อกกลไกการเกิดโรคมะเร็งนั้น ๆ ได้สองทางพร้อมกัน เพราะโรคมะเร็งบางชนิด อาจเกิดจากกลไกทางพันธุกรรมผิดปกติหลัก ๆ 2 รูปแบบ หากบล็อกได้แค่รูปแบบเดียว มะเร็งก็ยังอยู่ได้ การออกฤทธิ์สองทางจึงช่วยให้ประสิทธิภาพการจัดการกับมะเร็งดีขึ้น
- Antibody-Drug Conjugates (ADCs): เป็นการใช้เคมีบำบัดที่ติดอยู่กับแอนติบอดี้ซึ่งเป็นตัวนำทางไปยังเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ เมื่อไปถึงเซลล์มะเร็ง เซลล์ก็จะดูดกลืนยาเข้าไปและทำลายตัวเองจากภายใน เหมือนขีปนาวุธนำวิถี
ยามุ่งเป้า เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งทุกคนไหม?
การใช้ยามุ่งเป้า ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์เฉพาะทางว่าชนิดและระยะของมะเร็งที่เป็น เหมาะสมกับการใช้ยามุ่งเป้าหรือไม่ โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีน หรือการแสดงออกของโปรตีนที่ผิดปกติก่อน เพื่อให้แพทย์สามารถจับคู่ยามุ่งเป้าที่เหมาะสมได้
“ยามุ่งเป้าสามารถใช้ร่วมกับการผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีรักษาได้ครับ ในบางกรณีสามารถใช้ยามุ่งเป้าเดี่ยว ๆ ก็ได้หากผลการรักษาออกมาดีมาก ๆ แต่เดิมยามุ่งเป้าจะใช้ในการรักษามะเร็งระยะลุกลามเป็นหลัก แต่ปัจจุบันมีการใช้ในมะเร็งระยะต้นที่พบบ่อย อย่างมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม ยิ่งพบความผิดปกติไว รักษาไว มีโอกาสหายขาดครับ”

ผลข้างเคียงที่หลายคนกลัว: คุณหมอบอกว่า…
“ผลข้างเคียงของยามุ่งเป้าจะมีความจำเพาะในแต่ละตัวยา เช่น ท้องเสีย ความดันโลหิตสูง เลือดออกผิดปกติ ปอดอักเสบ หรือหัวใจทำงานผิดปกติ แม้ผลข้างเคียงจะน้อยกว่ายาเคมีบำบัด แต่ในบางรายก็อาจได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรง จึงต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของทีมแพทย์ครับ”
อย่างไรก็ดี การรักษามะเร็งในปัจจุบัน แพทย์จะประเมินผลข้างเคียงจากยาที่พบบ่อย ๆ เอาไว้ และวางแผนการให้ยาหรือการดูแลที่ช่วยลดอาการ ป้องกันอาการต่าง ๆ เอาไว้ ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ แทบจะไม่มีผลข้างเคียงจากยา เนื่องจากการกินยาป้องกันต่าง ๆ ที่แพทย์จ่ายให้ตามความเหมาะสม จึงไม่ต้องวิตกกังวล
“หมอเคยมีคนไข้มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะลุกลาม อายุ 76 ปี มาปรึกษา คนไข้ผ่านการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดมาแล้วหลายสูตรจากรพ.อื่น แต่ร่างกายรับยาเคมีบำบัดไม่ไหว มีผลข้างเคียงมาก ทำให้รับยาต่อไม่ได้”
“จึงแนะนำให้ตรวจ Comprehensive genomic profiling เพื่อหาแนวทางการรักษาจำเพาะ ปรากฏว่าเราพบ NTRK fusion ในเซลล์มะเร็งของคนไข้ ซึ่งเป็นความผิดปกติที่พบได้น้อยมากในมะเร็งลำไส้ใหญ่ (พบน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์) ทำให้เราสามารถให้ยามุ่งเป้าที่จำเพาะกับโรคได้”
“หลังให้ยามะเร็ง คนไข้ก็ตอบสนองดี อาการดีขึ้น และแทบจะไม่มีผลข้างเคียงอะไรที่รุนแรงเลย คุณภาพชีวิตของคนไข้ก็ดีขึ้นมากด้วยครับ จะเห็นได้ชัดเจนว่าเคสนี้หากไม่ได้ตรวจ ก็จะไม่มีทางรู้เลยครับว่าคนไข้ยังมีทางเลือกในการรักษาอื่น ที่เหมาะกับโรคของคนไข้อีก”

ที่เมดพาร์ค มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งรอบด้าน
การรักษาโรคมะเร็งด้วยยามุ่งเป้า เป็นความหวังของการรักษาโรคมะเร็งด้วยการแพทย์แม่นยำที่กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เมดพาร์คคือหนึ่งในโรงพยาบาลที่มีทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ที่จะช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย และร่วมมือกันวินิจฉัย วางแผนการรักษาอย่างรัดกุม เหมาะสม ทั้งยังมากด้วยประสบการณ์และความชำนาญ ประกอบกับเทคโนโลยีขั้นสูง จึงทำให้การรักษาทำได้อย่างแม่นยำ และรับมือกับความซับซ้อนของโรคได้อย่างดีที่สุด
โรงพยาบาลมีศักยภาพในการจัดหายามุ่งเป้า ทั้งที่อนุมัติใช้ในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้ข้อกำหนดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาที่เหมาะสมกับโรคจริง ๆ
Q&A: คลายความเข้าใจผิด ๆ เรื่องยามุ่งเป้า
ก่อนปิดบทสัมภาษณ์ คุณหมอวิกรม ช่วยตอบคำถามที่พบได้บ่อยจากผู้ป่วยมะเร็งและญาติ ๆ เพื่อคลายข้อสงสัยในการใช้ยามุ่งเป้ารักษามะเร็งเอาไว้ ดังนี้
- Q : ยามุ่งเป้าสามารถใช้ได้กับผู้ป่วยทุกคน
A : ยามุ่งเป้าสามารถใช้ได้กับผู้ป่วยทุกคน อันนี้ไม่ใช่ครับ ผู้ป่วยต้องมีลักษณะทางพันธุกรรมจำเพาะและแมตช์กับยารักษาที่มีอยู่ - Q : ใช้ยามุ่งเป้าแทนเคมีบำบัดได้
A : ใช้ยามุ่งเป้าแทนเคมีบำบัดไม่ได้ครับ เพราะบางกรณี ยาเคมีบำบัดยังคงมีบทบาทสำคัญ หรืออาจจะต้องใช้ร่วมกับยามุ่งเป้าเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ - Q : ยามุ่งเป้าไม่มีผลข้างเคียง
A : ยามุ่งเป้าไม่มีผลข้างเคียง เรื่องนี้ไม่จริงครับ ยามุ่งเป้ามีผลข้างเคียงเฉพาะเจาะจงแล้วแต่ตัวยา จำเป็นต้องได้รับการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ คุณหมอยังทิ้งท้ายชวนให้ผู้ป่วยมะเร็งและผู้ที่ยังไม่ป่วย แต่มีความเสี่ยงมาตรวจคัดกรอง และเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างมั่นใจ
“การรักษามะเร็งในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมาก ผู้ป่วยจึงไม่ควรกลัวการเข้าสู่กระบวนการรักษา เพราะมีโอกาสสูงที่จะควบคุมโรคและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ”