โรคกระดูกสันหลัง ไม่ได้มีแค่เรื่องปวดหลัง แต่อันตรายถึงขั้นทุพพลภาพ
อาการปวดหลัง ปวดคอ หรือความเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานที่หลายคนคิดเป็นเพียง “ออฟฟิศซินโดรม” แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของความเสื่อมในระดับโครงสร้างร่างกายที่สามารถนำไปสู่การทุพพลภาพได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ในวันนี้ ทางโรงพยาบาลเมดพาร์คจึงอยากนำเสนอเรื่องราวเจาะลึกเกี่ยวกับโรคกระดูกสันหลัง จากการพูดคุยกับ นพ.สมบัติ คุณากรสวัสดิ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง หัวหน้าศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเมดพาร์ค ที่ได้มาตอบข้อสงสัยหลาย ๆ อย่าง และให้ความรู้เกี่ยวกับกระดูกสันหลังอย่างละเอียด

โรคกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ในระยะที่รุนแรงแล้ว
กระดูกสันหลังของมนุษย์เรามีทั้งหมด 33 ชิ้น ตั้งแต่กระดูกคอ 7 ชิ้น กระดูกทรวงอก 12 ชิ้น กระดูกเอว 5 ชิ้น กระดูกกระเบนเหน็บ 5 ชิ้น และก้นกบอีก 4 ชิ้น ซึ่งทุกส่วนสามารถเกิดโรคหรือความผิดปกติได้
คุณหมอสมบัติอธิบายว่า “องค์ประกอบของกระดูกสันหลัง มีตั้งแต่โครงสร้างกระดูก เอ็น ข้อต่อ กล้ามเนื้อ หมอนรองกระดูก และเส้นประสาท ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นสามารถเกิดโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังได้ทั้งหมด และเรื่องที่น่าเป็นห่วงก็คือ ผู้ป่วยจำนวนมากมักมาพบแพทย์ในระยะที่ค่อนข้างสาย เกิดการกดทับเส้นประสาทไปแล้ว”
ความน่ากลัวของโรคกระดูกสันหลังมีหลากหลายระดับ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของตัวโรค ตั้งแต่อาการเจ็บปวด อาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง จนไปถึงผลกระทบต่อการควบคุมการขับถ่ายในกรณีกดทับรุนแรง อีกทั้งโรคกระดูกสันหลังหลายโรค เช่น ภาวะกระดูกทรุดตัว หลังค่อม หรือหลังคด นอกจากจะทำให้เกิดความเจ็บปวดเรื้อรังแล้ว ยังสามารถนำไปสู่ความพิการ ทุพพลภาพถาวรได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

น้ำหนักตัวที่มากเกินไป คือปัจจัยเร่งความเสื่อมทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังได้เร็วขึ้น
“กระดูกสันหลังมีหน้าที่รับน้ำหนัก เมื่อน้ำหนักเยอะมันก็จะไปลงที่บริเวณหมอนรองกระดูกกับข้อต่อ หากผู้ป่วยมีพฤติกรรมก้มเงยหน้า ยกของใช้หลังเยอะด้วย ก็ทำให้เกิดอาการเสื่อมของตัวข้อต่อกระดูกเร็วขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดโรคกระดูกสันหลังได้มากยิ่งขึ้น”
สาเหตุหลักของการเกิดโรคกระดูกสันหลัง มาจาก “ความเสื่อม” ตามธรรมชาติ ตามวัย เพราะหน้าที่ของกระดูกสันหลังในฐานะอวัยวะหนึ่ง คือการรับน้ำหนักของร่างกาย ตั้งแต่ส่วนเอวขึ้นไปตลอดเวลาที่มนุษย์คนหนึ่งมีชีวิต
“หมอนรองกระดูก รับน้ำหนักร่างกายมากถึง 80% เมื่อคนเราอายุมากขึ้น หมอนรองกระดูก และข้อต่อต่าง ๆ ของกระดูกสันหลัง ก็มีโอกาสเสื่อมสภาพและทรุดตัวลงได้ง่าย ยิ่งถ้าคน ๆ นั้นมีน้ำหนักตัวมาก ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดความเสื่อมเร็วขึ้น นำไปสู่อาการ กระดูกทับเส้นประสาทตามมา”
นอกจากนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเสื่อมของกระดูกสันหลัง เช่น
- ก้มหน้าเล่นมือถือ การก้มหน้าทำให้น้ำหนักของศีรษะเทไปด้านหน้า ส่งผลให้กล้ามเนื้อคอต้องออกแรงดึงมากขึ้น และหมอนรองกระดูกคอต้องรับน้ำหนักหนักขึ้น ทำให้เกิดความเสื่อมได้เร็วและเกิดอาการปวดร้าวได้ง่าย
- สูบบุหรี่ แม้จะไม่ได้ส่งผลให้ปวดหรือเกิดความเสื่อมของกระดูกสันหลังแบบตรงไปตรงมา แต่งานวิจัยพบว่าบุหรี่ทำให้เส้นเลือดตีบตัน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทได้ลดลง ทำให้ผู้ที่สูบบุหรี่มีอัตราการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสูงกว่าคนทั่วไปอย่างชัดเจน
- ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน การที่ความยาวของขาตั้งแต่เท้าถึงข้อสะโพกไม่เท่ากัน จะทำให้เชิงกรานเอียง ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังคด จนมีจุดสังเกตคือ หัวไหล่สูงต่ำไม่เท่ากันนั่นเอง
นอกจากความเสื่อมแล้ว โรคกระดูกสันหลังยังสามารถเกิดได้จากอุบัติเหตุ การติดเชื้อ เช่น วัณโรค หรือแบคทีเรียที่แพร่กระจายผ่านกระแสเลือดมายังกระดูก รวมถึงกลุ่มโรคมะเร็ง ทั้งจากมะเร็งที่แพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่นเช่น เต้านม ต่อมลูกหมาก ปอด ตับ และโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นที่กระดูกเอง

ผ่าตัดกระดูกสันหลัง ยุคใหม่ แผลเล็ก เจ็บน้อย ปลอดภัยสูง
หากย้อนกลับไปในสมัยอดีต การผ่าตัดกระดูกสันหลังถือเป็นหนึ่งในการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูง ผู้คนรู้สึกกลัวและอยากหลีกเลี่ยง เพราะความแม่นยำในการรักษา และพัฒนาการของเทคโนโลยีในยุคนั้นยังมีความแม่นยำที่น้อย และมีความเสี่ยงสูงในการผ่าตัด
คุณหมอสมบัติเล่าถึงพัฒนาการในการผ่าตัดรักษากระดูกสันหลังว่า “ในอดีต การผ่าตัดกระดูกสันหลังมักสร้างความกังวลใจให้กับผู้ป่วย แต่ปัจจุบันการรักษาก้าวหน้ามาก ตั้งแต่การวินิจฉัยด้วยเครื่อง MRI ที่ระบุปัญหาได้แม่นยำกว่า 90% อีกทั้งในส่วนของการผ่าตัด มีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็ก โดยใช้กล้อง Endoscope หรือ Microscope เข้ามาช่วยขยายภาพให้เห็นเส้นประสาทและจุดที่กดทับได้ชัดเจนขึ้น ร่วมกับอุปกรณ์ระบบนำวิถี Navigator หรือ O-arm และเครื่องจับสัญญาณเส้นประสาท ที่จะคอยเตือนศัลยแพทย์เมื่อเข้าใกล้เส้นประสาท ช่วยให้โอกาสทำผิดพลาดน้อยลงมาก ที่สำคัญ ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้องคือ แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ทำให้ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยลง ผู้ป่วยพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืนเท่านั้น หรือผ่าตัดเชื่อมกระดูกแบบส่องกล้อง ก็อาจพักฟื้นแค่ 2 คืน”
ที่ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเมดพาร์ค มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลัง นำการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังที่ผ่านการอบรมจากสถาบันชั้นนำทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลี โดยส่วนใหญ่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี พร้อมด้วยแนวทางการรักษาแบบ Multidisciplinary Approach ที่ผสานความร่วมมือจากแพทย์หลากหลายสหวิชาชีพ รวมถึงวิสัญญีแพทย์ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วยเป็นไปอย่างรัดกุมและปลอดภัย