รศ.นพ.สถาพร มานัสสถิตย์ ผู้มีประสบการณ์สูงด้านการรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังในไทย
อาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย หรือท้องผูก อาจดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ใคร ๆ ก็ต้องเคยพบเจอในชีวิตประจำวัน แต่ในความธรรมดานั้น บางครั้งกลับซ่อนโรคร้ายแรงที่เรื้อรังยาวนานเป็นเดือนเป็นปี ผู้ที่จะมาไขรหัสและรักษาความผิดปกติเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ คือแพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินอาหารและตับ
หากคุณกำลังมองหา แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินอาหารและตับ เก่งๆ เพื่อวินิจฉัยโรคยากและซับซ้อน วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับ รศ.นพ. สถาพร มานัสสถิตย์ หัวหน้าศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเมดพาร์ค ผู้ที่เคยได้รับฉายาในวงการแพทย์ว่าเป็น “Godfather โรคลำไส้อักเสบแห่งประเทศไทย”

30 ปี บนเส้นทางจากอายุรศาสตร์เขตร้อน สู่ “นายกสมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหาร”
“ในตอนนั้น ทุกโรงพยาบาลในประเทศไทยขาดแคลนหมอโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ตัวผมเองหลังจากเรียนจบจนได้ MRCP (Membership of the Royal Colleges of Physicians) จากอังกฤษ แล้วกลับมาทำงานที่ไทย 3 ปี ระหว่างนั้นตัวผมก็ได้ฝึกด้านโรคระบบทางเดินอาหารพอดี ทุกอย่างประจวบเหมาะ สุดท้ายก็ตัดสินใจเข้ามาเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนแพทย์ที่ศิริราช”
เส้นทางสายการแพทย์ของอาจารย์สถาพร เริ่มต้นจากการเป็นนิสิตคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และได้ศึกษาต่อเฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์เขตร้อน ต่อมามีโอกาสไปศึกษาต่อและคว้าบอร์ดวิชาชีพ MRCP จากสหราชอาณาจักร ก่อนกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการวางรากฐานการรักษาโรคระบบทางเดินอาหารในไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 3 ทศวรรษ อาจารย์เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย อาทิ หัวหน้าแผนกทางเดินอาหารโรงพยาบาลศิริราช นายกสมาคมแพทย์ทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย รวมถึงรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ประสบการณ์เหล่านี้คือเครื่องการันตีความเชี่ยวชาญในการดูแลคนไข้ที่มีอาการซับซ้อนจากทั่วประเทศ

รักษา IBD กับ “Godfather โรคลำไส้อักเสบของประเทศไทย”
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD - Inflammatory Bowel Disease) เป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยากและต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง ในยุคที่ประเทศไทยยังไม่มีใครรู้จักโรคนี้ อาจารย์สถาพรคือแพทย์คนแรกที่บุกเบิกการรักษา
“สมัยก่อนเวลาคนไทยท้องเสียเนี่ย จะพบว่าเป็นโรคพยาธิ โรคติดเชื้อซะเยอะ แต่ท้องเสียเรื้อรังเมื่อก่อนในไทยยังไม่ได้รู้จักมาก แต่โรคนี้มันมีมาตั้งแต่โบราณเป็นร้อย ๆ ปีแล้ว แค่ในประเทศไทย ณ เวลานั้น ยังไม่มีคนรู้จัก พอผมกลับมาจากอังกฤษ ผมก็ได้เป็นหมอคนแรก ๆ ของไทยที่ดูแลผู้ป่วยโรคนี้ และในตอนนั้นก็เป็นแพทย์ที่เก็บเคสคนไข้โรคนี้ได้มากที่สุดในประเทศ ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว แม้โรคนี้จะมีแนวโน้มในการเกิดโรคจากกรรมพันธุ์ แต่สภาพแวดล้อมก็มีส่วน การกินอาหารที่แปรรูป ความเป็นอยู่ วิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป มันทำให้เจอผู้ป่วยโรคนี้มากขึ้น เมืองนอกนี่เจอกันเป็นล้าน ๆ เคสเลยนะครับ”
อาการของโรคนี้ไม่ใช่แค่ท้องเสียทั่วไปที่หายได้ใน 1-2 สัปดาห์ แต่ผู้ป่วยต้องทนทรมานกับอาการเรื้อรังยาวนานเป็นเดือนหรือเป็นปี ซึ่งในปีแรกที่ทำการรักษานั้นยังพบผู้ป่วยเพียง 2-3 ราย จากนั้นก็พบมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นหลักสิบ หลักร้อย ทำให้อาจารย์สถาพรเป็นแพทย์เฉพาะทางที่สะสมประสบการณ์เคสรักษาผู้ป่วยโรคนี้มากที่สุดในประเทศไทยในช่วงเวลาหนึ่ง และทำให้ได้รับฉายาจากเพื่อนร่วมงานว่าเป็น เจ้าพ่อ (Godfather) แห่งการรักษาโรคลำไส้อักเสบของประเทศไทย

Gut Microbiome สมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ เทรนด์ความรู้ที่ไปไกลกว่าแค่ระบบทางเดินอาหาร
เมื่อพูดถึงเทรนด์การรักษาทางเดินอาหารที่น่าจับตามองในอนาคต นอกจากเทคนิคการส่องกล้องใหม่ ๆ อาจารย์สถาพรชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ สมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiome) ที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ จากการศึกษาว่ามีความเกี่ยวข้องต่อการเกิดมะเร็ง โรคตับ โรคไต รวมถึงภาวะสมองเสื่อม
“ปัจจุบันความรู้เรื่องแบคทีเรียในลำไส้นี่เพิ่มขึ้นเยอะมาก ที่สำคัญมันไม่ได้เป็นแค่ศาสตร์ของแพทย์ GI อย่างเดียวแล้ว มันเป็นเรื่องที่แพทย์หลาย ๆ สาขาให้ความสนใจมากขึ้น เพราะมันส่งผลกับหลาย ๆ ระบบในร่างกายของคนเรา เช่นตอนนี้เรารู้แล้วว่าถ้าสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ดี ก็มีส่วนในการทำให้มีอายุยืนยาว โอกาสเป็นโรคตับโรคไตลดลง โอกาสเป็นมะเร็งน้อยลง สมองเสื่อมน้อยลง เพราะทุกระบบสุขภาพของคนเรามันเกี่ยวกับลำไส้ทั้งนั้น แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้ศึกษาในศาสตร์นี้อีกมาก ยังต้องสำรวจอีกเยอะ เพราะจุลินทรีย์ในลำไส้ของคนเรานี่มีนับล้าน ๆ ชนิดให้ศึกษา”
แม้ในปัจจุบันธุรกิจอาหารเสริมกลุ่มโพรไบโอติก (Probiotics) จะเติบโตอย่างมหาศาล แต่วิทยาการทางการแพทย์กำลังก้าวไปสู่การรักษาที่ล้ำลึกกว่านั้น อย่างเช่นการนำอุจจาระหรือจุลินทรีย์สุขภาพจากลำไส้ของผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง นำไปปลูกถ่ายให้กับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ (Fecal Microbiota Transplantation) เพื่อปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้อย่างตรงจุด ซึ่งถือเป็นศาสตร์การแพทย์แห่งอนาคตที่ยังคงมีพื้นที่ให้ศึกษาและพัฒนาได้อีกมาก

ทำงาน ท้าทาย เพื่อรักษาโรคระบบทางเดินอาหารที่ยากและซับซ้อน
ปัจจุบัน อาจารย์สถาพรเข้ามารับหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเมดพาร์ค มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยด้วยความตั้งใจ และพร้อมที่จะผลักดันในการรักษาโรคระบบทางเดินอาหารที่มีความซับซ้อน เช่น การดูแลผู้ป่วยโรคตับแข็ง หรือการเตรียมความพร้อมไปสู่การผ่าตัดเปลี่ยนตับ
“ศูนย์ทางเดินอาหารและตับที่เมดพาร์ค มีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งห้องส่องกล้อง ห้องเตรียมลำไส้ มีเครื่องมือด้านโรคระบบทางเดินอาหารพร้อมและครบถ้วน เป็นโรงพยาบาลที่กล้าลงทุน เพื่อรักษาโรคยากซับซ้อน”
แม้จะงานล้นมือ แต่อาจารย์ยังคงบทบาท “ครูแพทย์” อย่างเต็มเปี่ยม โดยยังคงสอนหนังสือออนไลน์และบรรยายให้นักศึกษาแพทย์เป็นประจำทุกสัปดาห์ การันตีด้วยรางวัล ครูดีเด่นจากสมาคมแพทย์ทางเดินอาหาร และนอกเหนือจากเวลาทำงานแล้ว อาจารย์สถาพรยังให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งตีเทนนิส ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพให้กับคนไข้