โรคเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ (Myocardial Ischemia): อาการ สาเหตุ การวินิฉัย และรักษา

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือ เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ

โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือ เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น จากปริมาณของเลือดที่ไหลเวียนไปยังหัวใจลดลง

แชร์

เลือกหัวข้อที่อ่าน


โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือ เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ

โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น จากปริมาณของเลือดที่ไหลเวียนไปยังหัวใจลดลง ซึ่งอาจเกิดจากการที่หลอดเลือดหัวใจอุดตันบางส่วนหรือทั้งหมดจากการสะสมของไขมันและคอเลสเตอรอล ถ้ากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนานเกิน 2-3 นาทีจะได้รับความเสียหาย จนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายหรือหัวใจวายได้  ซึ่งเป็นกรณีฉุกเฉินที่อาจอันตรายถึงแก่ชีวิตในเวลาอันสั้น  ควรโทรเรียกรถพยาบาลหรือให้คนใกล้ชิดขับรถพาไปส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดในทันที

อาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ เกิดขึ้นเมื่อหัวใจต้องการออกซิเจนมากขึ้น จากการกำลังออกกําลังกาย รับประทานอาหาร หรือมีภาวะเครียด ตื่นเต้น แต่ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจไม่สามารถเพิ่มขี้นเพื่อตอบสนองความต้องการได้เพียงพอ โรคเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอจะทําให้ผู้ป่วยออกกําลังกายไม่ค่อยได้ หากการดำเนินโรคเป็นมากขึ้น ผู้ป่วยอาจมีอาการแม้ว่าจะไม่ได้ออกกำลังใด ๆ เลยก็ตาม

  • อาการเจ็บหน้าอก เช่น รู้สึกแน่น เหมือนมีอะไรกดทับ ปวดร้อนกลางอก หรือไม่สบายบริเวณหน้าอก เป็นอาการที่มักพบได้บ่อยของโรคเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่  
    • อาการเจ็บหน้าอกแบบเรื้อรัง (chronic coronary syndrome) พบได้บ่อยกว่าและอาการจะกำเริบหากเครียดหรือออกกำลังกาย อาการจะหายไปเมื่อรับประทานยาหรือหยุดพัก
    • อาการเจ็บหน้าอกแบบเฉียบพลัน (acute coronary syndrome) เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแม้ไม่ได้ทำกิจกรรมใด ๆ และไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา
  • มีอาการปวดบริเวณร่างกายส่วนบน ลามไปที่กราม คอ หลัง แขน ไหล่ซ้าย และบริเวณลิ้นปี่
  • เหงื่อออกตัวเย็นโดยไม่ได้ออกกำลังกาย
  • หายใจลําบากหรือหายใจเร็ว หอบ
  • เวียนศีรษะ
  • รู้สึกวิตกกังวล
  • อาหารไม่ย่อย รู้สึกเหมือนจะสําลักอาหาร ปวดร้อนกลางอก
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • การเต้นของหัวใจเร็วหรือผิดปกติ

ควรโทรเรียกรถพยาบาลทันทีหากเจ็บหน้าอกหรือมีอาการข้างต้นนานกว่า 5 นาที  หากผู้ป่วยคิดว่ามีภาวะหัวใจขาดเลือด ให้เคี้ยวยาแอสไพรินปริมาณ 325 มิลลิกรัม ซึ่งจะช่วยสลายลิ่มเลือดขณะที่กำลังรอความช่วยเหลือ

สาเหตุที่เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ

โรคเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ เกิดได้จากหลายสาเหตุ

  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ: การสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดตีบลงจนกล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอ นำไปสู่ภาวะเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอและเกิดอาการเจ็บหน้าอก
  • ภาวะหลอดเลือดหัวใจเกร็งหดตัว
  • ภาวะชั้นผนังหลอดเลือดหัวใจปริตัวแยกออกจากกัน
  • ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
  • การใช้ยาเสพติด

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

โดยผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ โดยไม่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก

การตรวจวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
  • เครื่องบันทึกไฟฟ้าหัวใจ Holter monitor
  • การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ
  • การเอกซ์เรย์ทรวงอก
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  • การตรวจเลือดเพื่อดูระดับคอเลสตอรอลและโทรโพนินซึ่งเป็นสารบ่งชี้หากกล้ามเนื้อหัวใจได้รับความเสียหาย

การรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

วัตถุประสงค์ของการรักษาคือเพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ โดยวิธีการรักษาที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค

  • การรับประทานยา เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด ยาลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ยาขยายหลอดเลือด เพื่อบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก
  • การสวนหัวใจเพื่อขยายหลอดเลือดและใส่ขดลวด ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหนึ่งคืนและกลับบ้านได้ในวันถัดไป
  • การผ่าตัดหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ: หลังจากผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ และพักฟื้นต่อที่บ้านอีก 6-12 สัปดาห์

ป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อย่างไร?

  • การรับประทานยา แพทย์อาจให้ผู้ป่วยรับประทานยา เช่น ยาแอสไพริน ยาต้านเกล็ดเลือด ยาลดคอเลสตอรอล และยาลดความดันโลหิต
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีบทบาทสําคัญในการป้องกันความเสี่ยงของการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

  • รับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชมากขึ้น หลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันอิ่มตัวและควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับที่แพทย์แนะนํา
  • ออกกําลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนักตัว
  • เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
  • ควบคุมรักษาโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นภาวะที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • จัดการกับความเครียดโดยฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อและใช้เทคนิคการหายใจ
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจําเพราะสามารถช่วยตรวจพบโรคได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือ เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ Myocardial Ischemia Infographic - Th

บทความโดย

  • MedPark Hospital Logo
    นพ. วุฒิพงศ์ วุฒิพฤกษ์ อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ชำนาญการด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด

เผยแพร่เมื่อ: 08 ม.ค. 2023

แชร์

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

  • Link to doctor
    MedPark Hospital Logo

    นพ. จักรพันธ์ ชัยพรหมประสิทธิ์

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    โรคหัวใจและหลอดเลือด, หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • Link to doctor
    นพ. ชัยศิริ วรรณลภากร

    นพ. ชัยศิริ วรรณลภากร

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • Link to doctor
    พญ. สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน

    พญ. สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจล้มเหลว การวินิจฉัย การรักษาและการป้องกัน, การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบอลลูนและการดามขดลวด, โรคหัวใจแต่กำเนิด, การใช้อัลตราซาวน์ในเส้นเลือดหัวใจเพื่อช่วยการวินิจฉัยและรักษา, การใช้หุ่นยนต์ช่วยในการสวนหัวใจ ขยายหลอดเลือด และใส่ขดลวด, การลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอากาศยาน
  • Link to doctor
    พญ. ปิยนาฏ ปรียานนท์

    พญ. ปิยนาฏ ปรียานนท์

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    โรคความดันโลหิตสูง, โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรง , การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน, โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, โรคหลอดเลือดส่วนปลายบริเวณแขนขาตีบ, อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, การทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ
  • Link to doctor
    พญ. ศิริพร อธิสกุล

    พญ. ศิริพร อธิสกุล

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • Link to doctor
    ศาสตราธิคุณ นพ. วสันต์ อุทัยเฉลิม

    ศาสตราธิคุณ นพ. วสันต์ อุทัยเฉลิม

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด
  • Link to doctor
    รศ.นพ. สุวัจชัย พรรัตนรังสี

    รศ.นพ. สุวัจชัย พรรัตนรังสี

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    การรักษาเส้นเลือดหัวใจตีบผ่านสายสวน, การรักษาโรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตันโดยการใส่สายสวน, การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน
  • Link to doctor
    นพ. ชาติ วานิชสวัสดิ์

    นพ. ชาติ วานิชสวัสดิ์

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    • เวชศาสตร์นิวเคลียร์หัวใจ
    หัวใจเต้นผิดจังหวะ, โรคหัวใจและหลอดเลือด, การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด
  • Link to doctor
    MedPark Hospital Logo

    นพ. อนุรักษ์ เจียมอนุกูลกิจ

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด