Sudden Death ภัยเงียบคร่าชีวิต รู้ทันสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และการป้องกันที่ทำได้จริง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินข่าวว่า นักกีฬาอาชีพหมดสติ เสียชีวิตเฉียบพลัน ขณะกำลังแข่งขันรายการสำคัญ ทั้งที่ภายนอกแลดูแข็งแรง หรือดารา นักแสดง เสียชีวิตกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทั้งที่อายุยังน้อย
เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะ “Sudden Death” หรือภาวะเสียชีวิตกะทันหัน ที่ทำให้เสียชีวิตอย่างเฉียบพลันทั้งในขณะทำกิจวัตรประจำวันหรือขณะหลับ กำลังกลายเป็นหนึ่งในภัยเงียบที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน
Sudden Death ภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก
จากรายงานทั่วโลกระบุว่าการเสียชีวิตกะทันหันจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน คิดเป็นประมาณ 15 – 20% ของสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกทั้งหมด และที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้น คือ พบว่ามีนักกีฬาอายุต่ำกว่า 35 ปี ที่เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนี้ เฉลี่ย 1.21 ต่อ 100,000 คนต่อปี
สำหรับประเทศไทย จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าในปี พ.ศ. 2565 มีคนไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดประมาณ 70,000 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน และเมื่อขยายวงสำรวจไปสู่ระดับประชากรโลก พบว่ามีผู้ที่เสียชีวิตจากภาวะหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 20 ล้านคน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วกว่า 80% ของผู้เสียชีวิตกลุ่มนี้ สามารถป้องกันไม่ให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้
เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และตื่นตัวต่อภัยเงียบที่นำมาซึ่งความสูญเสียนี้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับภาวะเสียชีวิตกะทันหัน หรือ Sudden Death แบบเจาะลึก ทั้งสาเหตุทั่วไปและสาเหตุที่ไม่ควรมองข้าม ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่อาจไม่รู้ตัว ไปจนถึงวิธีการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียอย่างเฉียบพลัน ที่สามารถป้องกันได้จริง

Sudden Death คืออะไร
Sudden Death คือ ภาวะที่อวัยวะสำคัญของร่างกาย เช่น หัวใจ สมอง หรือระบบหลอดเลือด หยุดทำงานอย่างเฉียบพลัน ซึ่งมีผลรุนแรง และทำให้เกิดการเสียชีวิตทันทีหรือเสียชีวิตภายใน 1 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ โดยมักไม่พบสัญญาณเตือนล่วงหน้า ซึ่งภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกเพศ และทุกวัย
Sudden Death เกิดจากอะไร อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเฉียบพลัน
แพทย์พบว่าความผิดปกติในการทำงานของอวัยวะสำคัญและระบบในร่างกายบางระบบ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเสียชีวิตกะทันหัน หรือ Sudden Death โดยสาเหตุและปัจจัยดังกล่าว ได้แก่
- หัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจหนา โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
- สมองและหลอดเลือดสมอง เช่น เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง เลือดออกในเนื้อสมอง โรคลมชักที่ควบคุมไม่ได้ ภาวะหลอดเลือดสมองโป่งพองปริแตก
- หลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (Aorta) เช่น ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด ภาวะหลอดเลือดแดงช่องท้องโป่งพองปริแตก
- ปอดและระบบทางเดินหายใจ เช่น ภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
จากสถิติผู้เสียชีวิตทั่วโลกชี้ชัดว่ากว่า 70% ของภาวะเสียชีวิตกะทันหันมีสาเหตุจากโรคหัวใจ ในขณะที่โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุรองลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ประชากรภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพศชายชาวญี่ปุ่น

โรคหรือความผิดปกติ ที่อาจสัมพันธ์กับการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน
จากผลการศึกษา แพทย์พบว่าโรคหรือความผิดปกติหลายอย่าง ทั้งที่เกิดจากพันธุกรรมและไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเสียชีวิตกะทันหัน หรือ Sudden Death ทั้งนี้ โรคหรือความผิดปกติกลุ่มนี้ สามารถแบ่งความเสี่ยงตามช่วงอายุได้ ดังนี้
ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี
- ความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ เช่น
- ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
- โรค Long QT syndrome
- บรูกาดาซินโดรม หรือโรคใหลตาย
- กล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ
- โรคลมชักที่ควบคุมไม่ได้
ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป
- โรคหลอดเลือดหัวใจ
- โครงสร้างหัวใจผิดปกติ
- ภาวะหัวใจล้มเหลว
- โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว
ในปัจจุบัน โรคหรือความผิดปกติกลุ่มนี้ สามารถตรวจพบและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้ โดยเข้ารับการตรวจสุขภาพเชิงรุกเพื่อค้นหาความเสี่ยง และวางแผนการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเสียชีวิตกะทันหันหรือ Sudden death ที่เป็นสาเหตุของการจากไปก่อนวัยอันควร

ใครที่ควรตรวจคัดกรองความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน
ผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองหาความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน หรือ Sudden death ได้แก่
- ผู้ที่ต้องการคัดกรองความเสี่ยงโรคใหลตาย หรือภาวะเสียชีวิตกะทันหัน ไม่จำกัดอายุ
- นักกีฬา นักวิ่ง หรือผู้ที่ออกกำลังกายหนักเป็นประจำ ไม่จำกัดอายุ
- ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคใหลตาย หรือเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจ และโรคหัวใจที่เกิดจากทางพันธุกรรม เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ โครงสร้างหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด หรือโรค Long QT syndrome
- ผู้ที่วูบ หมดสติบ่อย ๆ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือใจสั่นรุนแรง โดยเฉพาะในขณะออกกำลังกาย
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง
โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน คืออะไร
โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน เป็นโปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงป้องกันแบบจำเพาะ (Targeted Prevention) ที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน ครอบคลุมรายการตรวจอวัยวะสำคัญตั้งแต่หัวใจ สมอง ปอด และหลอดเลือด รวมไปถึงพันธุกรรม ลึกกว่าการตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรง หรือการสูญเสียโดยไม่คาดฝัน
โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน รพ. เมดพาร์ค ตรวจอะไรบ้าง
โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน (Screening for Risk of Sudden Death Program) รพ. เมดพาร์ค ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสุขภาพสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไปจนถึงการตรวจสุขภาพเชิงลึก สำหรับผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ หรือใหลตาย เช่น การตรวจยีน (Genetic Test) หาโรคทางพันธุกรรม และตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงเฉพาะบุคคล
1. ตรวจเลือด (Blood Tests)
ตรวจหาสารชีวเคมีและตัวบ่งชี้ (Biomarkers) ที่เกี่ยวข้องกับโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยมีรายละเอียดการตรวจ ดังนี้
- ตรวจหาตัวบ่งชี้การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจ (hs-Troponin I และ CK-MB) ตรวจหาความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ ระดับ hs-Troponin I และ CK-MB ที่สูง บ่งชี้ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ที่เป็นสาเหตุหลักของภาวะหัวใจหยุดเต้น
- ตรวจประเมินภาวะหัวใจล้มเหลว (NT-proBNP) ตรวจประสิทธิภาพการสูบฉีดโลหิตของหัวใจว่าเป็นเป็นปกติหรือไม่ เพื่อประเมินความเสี่ยงภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
- ตรวจวัดระดับไขมันคอเลสเตอรอลและไลโปโปรตีนในเลือด LDL-C, ApoA1, ApoB และ Lipoprotein (a) ตรวจประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ที่เป็นสาเหตุของภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน และภาวะหัวใจวาย
- ตรวจอิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes) ตรวจวัดระดับแร่ธาตุหลักในร่างกาย เพื่อประเมินสมดุลของเหลว เกลือแร่ประจุไฟฟ้า และความเป็นกรด-ด่าง ที่สำคัญต่อการนำไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งหากระดับอิเล็กโทรไลต์ในเลือดไม่สมดุล ก็อาจส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจหยุดเต้นได้
- ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH, Free T4) ตรวจประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์ เพื่อหาภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดปกติ และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง
- ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อประเมินโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อวัยวะต่าง ๆ รวมถึงหลอดเลือดหัวใจเสื่อมสภาพและนำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจ และหัวใจล้มเหลว
2. ตรวจภาพถ่ายและการทำงานของอวัยวะ (Imaging & Functional Tests)
- ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือด (CTA Coronary Artery) และ ตรวจแคลเซียมหลอดเลือดหัวใจ (Calcium Scoring) โดยใช้เครื่อง CT Scan 3 มิติ ตรวจภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน สามารถวัดปริมาณแคลเซียมสะสมที่ผนังหลอดเลือดหัวใจได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ช่วยระบุความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ/อุดตัน สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการหัวใจวาย และการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันได้
- ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดแดงใหญ่ (CT Whole Aorta) โดยใช้เครื่อง CT Scan ตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตาตั้งแต่หน้าอกจนถึงช่วงกลางท้องอย่างละเอียด เพื่อหาภาวะเลือดออกเซาะผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ หรือภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ที่อาจส่งผลให้หลอดเลือดแดงแตก และเสียชีวิตกะทันหัน
- ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงร่วมกับการออกกำลังกาย (Stress Echocardiogram) เป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ตรวจการทำงานของหัวใจขณะวิ่งบนสายพาน หรือขณะปั่นจักรยาน เพื่อประเมินการบีบและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ตรวจหาภาวะหัวใจขาดเลือดขณะร่างกายกำลังออกแรง ที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
- ตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ (Doppler Ultrasound of Carotid/Vertebral Arteries) ค้นหาภาวะหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองตีบ แคบ ที่อาจทำให้เกิดภาวะโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด หนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะเสียชีวิตกะทันหัน หรืออาการหมดสติอย่างเฉียบพลัน
- ตรวจหลอดเลือดสมองด้วยเครื่อง MRI (MRI/MRA Brain, MRA Neck) เป็นการตรวจหลอดเลือดสมองและเนื้อสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อหาสาเหตุของอาการหมดสติ ตรวจหาหลอดเลือดสมองโป่งพอง หลอดเลือดสมองและหลอดเลือดที่คอตีบ แตก หรืออุดตัน ที่เป็นสาเหตุของอัมพฤกษ์ อัมพาต และการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองต่อเนื่อง (Short-term EEG Monitoring) เพื่อค้นหาความผิดปกติแบบไหนและที่บริเวณใดของสมอง ช่วยวินิจฉัยโรคที่ทำให้เกิดอาการวูบ หมดสติ หรืออาการชักที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น โรคลมชัก
3. ติดตามจังหวะการเต้นของหัวใจ
- ตรวจ Holter Monitor เป็นการติดเครื่องบันทึกตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG) ขนาดเล็กติดตัวขณะทำกิจวัตรประจำวันแบบต่อเนื่องตลอด 24-48 ชม. เพื่อค้นหาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดเป็นช่วง ๆ ประเมินหัวใจเต้นเร็วหรือช้าเกินไป ที่เป็นสาเหตุของอาการใจสั่น หน้ามืด เป็นลม วูบ หมดสติ
4. ตรวจยีน โรคทางพันธุกรรม (Genetic Testing)
ตรวจหายีนผิดปกติ หรือยีนกลายพันธุ์ใน โครโมโซม เพื่อคัดกรองโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น
- ตรวจยีน SCN1B, CACNA1C, CLCN1 หรือ KCNE3 กลายพันธุ์ สาเหตุของโรค Channelopathies ที่ทำให้ระบบนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเป็นโรคใหลตาย
- ตรวจยีน MYBPC3, MYH7, TTN, LMNA หรือ PKP2 กลายพันธุ์ ที่ทำให้เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ (Cardiomyopathies) ส่งผลให้หัวใจบีบตัวได้น้อยลง หัวใจคลายตัวได้ไม่ดี และทำให้เป็นโรคหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน
- การตรวจ APOE Genotype เป็นการตรวจชนิดของยีน APOE เพื่อค้นหายีนความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ที่ทำให้เป็นโรคหัวใจวาย และนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน

ทำไมถึงควรตรวจคัดกรองความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหันที่ รพ. เมดพาร์ค
- ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาทวิทยา และระบบทางเดินหายใจ ทำงานร่วมกันกับทีมแพทย์ผู้ชำนาญการกว่า 40 สาขา ในการค้นหาสาเหตุ ปัจจัยโรคยากซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์มาตรฐาน ISO 15189 และ ISO 15190 และห้องปฏิบัติการจีโนมิกส์ประสิทธิภาพสูง ภายใต้การนำของทีมนักวิทยาศาสตร์พันธุศาสตร์ที่มีประสบการณ์ และเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำ ช่วยให้ทราบผลการตรวจที่รวดเร็ว ช่วยระบุยีนกลายพันธุ์ได้อย่างแม่นยำ และชี้ความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมก่อนเกิดโรค
- เทคโนโลยีการตรวจชั้นนำ เช่น CT Scan, MRI, MRA, Short-term EEG Monitoring, Stress Echocardiogram สามารถค้นหาปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ภาวะ Sudden Death ได้อย่างครอบคลุม
- ทราบผลการตรวจได้แบบเรียลไทม์พร้อมแพทย์ ผ่านแอปพลิเคชัน My MedPark ที่ให้ผู้รับการรักษาเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง แสดงผลการตรวจได้รวดเร็ว เข้าใจง่าย และช่วยให้แพทย์ออกแบบการดูแลสุขภาพเฉพาะคุณได้สะดวกและดียิ่งขึ้น
- บริการทางการแพทย์เบ็ดเสร็จที่เดียว ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสุขภาพ การให้คำปรึกษา การวินิจฉัยและรักษาโรคยากซับซ้อน รวมถึงการฟื้นฟูดูแลสุขภาพหลังการรักษา ช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ

ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน Sudden Death ภัยเงียบ ที่ป้องกันได้
งานวิจัยระดับนานาชาติชี้ให้เห็นว่า การตรวจคัดกรองสุขภาพสำคัญ เช่น การตรวจ ECG ในกลุ่มนักกีฬา ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้มากถึง 90% นอกจากนี้ การตรวจหาภาวะหลอดเลือดแดงช่องท้องโป่งพองปริแตก สามารถลดการเสียชีวิตเฉพาะโรคได้มากถึง 35%
แม้ว่าภาวะเสียชีวิตกะทันหัน หรือ Sudden Death เป็นภัยเงียบอันตราย แต่ก็สามารถป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองสุขภาพเชิงป้องกันแบบจำเพาะ ถึงเวลาแล้วที่เราควรเปลี่ยนมุมมอง จากการ “รับมือ” เป็นการ “ป้องกัน” เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจและมีความสุข ไร้ข้อกังวลด้านสุขภาพ
ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการป้องกันภาวะเสียชีวิตกะทันหัน Sudden Death ได้ที่
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลเมดพาร์ค
โทร. 02 090 3104 หรือ Call Center 02 023 3333
ซื้อ โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน (Screening for Risk of Sudden Death Program) คลิก
คำถามที่พบบ่อย
- Sudden Death ต่างจาก Sudden Cardiac Death (SCD) อย่างไร
Sudden Death คือ การเสียชีวิตอย่างกะทันหันที่เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ สมอง หรือปอด ส่วน Sudden Cardiac Death (SCD) คือการเสียชีวิตอย่างกะทันหันที่เกิดจากหัวใจโดยตรง เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน - ทำไมการตรวจ Sleep Test จึงสำคัญ
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันสูงถึง 2.57 เท่า ซึ่งการตรวจ Sleep Test ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยอาการ และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้ตรงจุด - ก่อนตรวจคัดกรองภาวะเสียชีวิตกะทันหัน ต้องเตรียมตัวอย่างไร
โดยทั่วไป การตรวจคัดกรองความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน จำเป็นต้องตรวจเลือด ซึ่งแพทย์จะให้งดอาหารอย่างน้อย 8-10 ชม. แต่สามารถจิบน้ำได้ รวมถึงการตรวจเฉพาะทางบางประเภท เช่น การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกาย (Exercise Stress Test) ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะให้งดเครื่องดื่มคาเฟอีนอย่างน้อย 24 ชม. ก่อนการตรวจ ทั้งนี้ ผู้ที่ทานยารักษาโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการตรวจ - ตรวจคัดกรองภาวะเสียชีวิตกะทันหัน ใช้เวลาตรวจนานเท่าไร ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่
ระยะเวลาในการตรวจคัดกรองความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหันหรือ Sudden death ขึ้นอยู่กับโปรแกรมและรายการตรวจที่ท่านเลือก ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการตรวจประมาณครึ่งวันถึง 1 วัน และหากเป็นโปรแกรมที่รวมการตรวจ Sleep Test ด้วยแล้ว ท่านอาจต้องนอนที่โรงพยาบาล 1 คืน เพื่อให้แพทย์ตรวจการนอนหลับของท่านอย่างละเอียด - ค่าใช้จ่ายในการตรวจคัดกรองภาวะเสียชีวิตกะทันหัน เริ่มต้นเท่าไร
ค่าใช้จ่ายในการตรวจคัดกรองความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน (Screening for risks of sudden death program) ขึ้นอยู่กับโปรแกรมและรายการตรวจที่ท่านเลือก โดยท่านสามารถสอบถามราคาและโปรโมชันล่าสุดได้ที่ รพ. เมดพาร์ค