รักษามะเร็งต่อมลูกหมาก ไม่ต้องผ่าตัด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและสมรรถภาพที่ยั่งยืน
การตรวจพบ มะเร็งต่อมลูกหมาก ในปัจจุบันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวไกล ทำให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลาย โดยเฉพาะ การใส่แร่ หรือ การฝังแร่กัมมันตรังสี (Brachytherapy) ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบของ รังสีรักษา ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการถนอมร่างกาย ช่วยลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง ฟื้นตัวได้เร็ว และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ

เหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ การใส่แร่กัมมันตรังสี เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
- ไม่ต้องผ่าตัด ลดความกังวลเรื่องบาดแผลขนาดใหญ่และความเจ็บปวด
- ฟื้นตัวได้รวดเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลนาน หลายรายสามารถกลับบ้านได้ไวและใช้ชีวิตปกติได้ทันที
- ควบคุมตำแหน่งและระยะเวลาปล่อยรังสีด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ช่วยลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง
- ลดโอกาสเกิดปัญหาด้านสมรรถภาพทางเพศ ทำให้ผู้ป่วยยังคงใช้ชีวิตคู่ได้อย่างมีความสุข
Brachytherapy รักษามะเร็งต่อมลูกหมากแบบถนอมร่างกาย ไม่ต้องผ่าตัด
แนวทางการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก จากเดิมรักษาโดย การผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออก (Radical Prostatectomy: RP) หรือ การฉายรังสีจากภายนอก (External Beam Radiation Therapy: EBRT) เป็นวิธีที่มีผลข้างเคียงบางอย่างต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เช่น ต้องพักฟื้นนานหลังการผ่าตัด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ด และหย่อนสมรรถภาพทางเพศจากการผ่าตัด หรือมีผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างจากการฉายรังสี
ปัจจุบันแม้จะมีการนำหุ่นยนต์ Da Vinci เข้ามาช่วย ซึ่งมีความแม่นยำ และเจ็บน้อยลง แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงข้างต้นไม่น้อย อีกวิธีหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจกันมากนั่นคือ การใส่แร่กัมมันตรังสี (Brachytherapy) ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัย และมีงานวิจัยรองรับ

การใส่แร่กัมมันตรังสี ทำอย่างไร
การใส่แร่กัมมันตรังสี หรือ การฝังแร่กัมมันตรังสี คือการนำเม็ดแร่ขนาดเล็กใส่เข้าไปในต่อมลูกหมากโดยตรง เพื่อปล่อยรังสีทำลายเซลล์มะเร็งจากระยะใกล้ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ตามดุลยพินิจของแพทย์
- การฝังแร่แบบถาวร (Low-Dose-Rate: LDR) การใส่เม็ดแร่ที่มีปริมาณรังสีต่ำ เข้าไปในต่อมลูกหมากแบบถาวรเพียงครั้งเดียว โดยรังสีก็จะค่อย ๆ ถูกปล่อยออกมา และค่อย ๆ สลายตัวไปเองตามกาลเวลา
- การฝังแร่แบบชั่วคราว (High-Dose-Rate: HDR) การใส่เม็ดแร่ อิริเดียม-192 ที่มีการปล่อยกัมมันตรังสีปริมาณสูงเข้าไปในต่อมลูกหมากในระยะเวลาสั้น ๆ โดยควบคุมผ่านเครื่องมือที่แม่นยำ เมื่อครบกำหนดเวลาแพทย์จะนำแร่ออกทั้งหมด ทำให้ไม่มีสารกัมมันตรังสีตกค้างในร่างกาย โดยทั่วไปอาจทำประมาณ 3-4 ครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามแผนการรักษา
ใส่แร่แล้ว ต้องกลับมาผ่าตัดอีกหรือไม่
เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด แพทย์จะใช้เทคโนโลยี PSMA PET/CT Scan เพื่อตรวจหาตำแหน่งของเซลล์มะเร็งอย่างละเอียด จึงช่วยให้การวางแผนรักษาเป็นไปอย่างตรงจุด ลดความเสี่ยงในการต้องกลับมาผ่าตัดซ้ำในอนาคต ส่วนมากสามารถควบคุมโรคได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง

เคยผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากมาก่อนแล้ว สามารถใส่แร่ได้หรือไม่?
ในผู้ป่วยที่เคยได้รับการผ่าตัดต่อมลูกหมากมาก่อน โครงสร้างของอวัยวะบริเวณดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงไป ทำให้การรักษาด้วยการฝังแร่ (Brachytherapy) มีความซับซ้อนและยากมากขึ้น อาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมในผู้ป่วยทุกราย อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี แพทย์ยังสามารถพิจารณาทางเลือกอื่นได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย
ดังนั้น หากตรวจพบความผิดปกติหรือมีข้อกังวลเกี่ยวกับการรักษา การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม และเพิ่มโอกาสในการเลือกแนวทางที่ตอบโจทย์ทั้งผลการรักษาและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ไม่ใช่แค่รักษา แต่ยังต้องคำนึงถึง คุณภาพชีวิต
ในปัจจุบัน แนวทางการรักษามะเร็งไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การรักษาตัวโรคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังการรักษา (Quality of Life: QOL) อีกด้วย โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งการรักษาบางวิธีอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว เช่น ต้องพักฟื้นนาน มีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะ หรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แต่ในวิธีการรักษาแบบใส่แร่กัมมันตรังสี มีข้อดีคือ ไม่เจ็บ ไม่มีแผลใหญ่ คงสมรรถภาพทางเพศไว้ได้ ด้วยเหตุนี้ การรักษาด้วยการใส่แร่ โดยเฉพาะแบบใส่แร่ชั่วคราว (High-Dose-Rate: HDR) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตหลังการรักษาดีขึ้น
![]() |
![]() |
| ภาพที่ 1 แผนภูมิแสดงผลการตอบแบบสอบถามด้านการกลั้นปัสสาวะ เปรียบเทียบระหว่าง การใส่แร่ (BT) และการผ่าตัด (RP) | ภาพที่ 2 แผนภูมิแสดงความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์หลังการรักษา เปรียบเทียบระหว่าง การใส่แร่ (BT) และการผ่าตัด (RP) |
จากข้อมูลการศึกษา อ้างอิงจากวารสารทางการแพทย์ระดับสากล Journal of Clinical Oncology พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการใส่แร่ มีแนวโน้มในการคงการกลั้นปัสสาวะและสมรรถภาพทางเพศได้ดีกว่าการผ่าตัด บ่งบอกถึงคุณภาพชีวิตหลังการรักษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว (Crook et al., 2011)
เสียงสะท้อนจากผู้รับบริการ “มากกว่าการรักษา คือการได้ชีวิตปกติคืนมา”
จากประสบการณ์ของผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เข้ารับการรักษาด้วยการใส่แร่ (Brachytherapy) สะท้อนความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกันว่า การรักษาไม่ได้น่ากังวล ไม่เจ็บปวด หลังรักษาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือสมรรถภาพทางเพศยังคงอยู่โดยเฉพาะระหว่างและหลังการรักษา
คุณโทมัส แอล เพน ผู้ป่วยชาวอเมริกัน เล่าถึงช่วงเวลาหลังการรักษาอย่างเรียบง่าย “ผมไม่รู้สึกเจ็บเลย ไม่มีเลือดออก เพียงแค่รู้สึกมึนเล็กน้อยจากยาสลบ”
ในขณะเดียวกัน คุณแบรด เมสัน ผู้ป่วยชาวออสเตรเลีย เลือกแนวทางนี้เพราะต้องการรักษาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเรื่องสมรรถภาพทางเพศ คุณแบรดเล่าว่า “ไม่กี่ชั่วโมงหลังการรักษา ผมสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาใด ๆ สมรรถภาพทางเพศก็ปกติดี”
สำหรับคุณฌักส์ ทาร์ดิฟ ผู้ป่วยชาวฝรั่งเศส ประสบการณ์กลับยิ่งเรียบง่ายกว่านั้น “ไม่เจ็บเลย รู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ซึ่งคุณฌักส์ค้นหาหนทางรักษาแทนการผ่าตัดและการรักษาด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) จนมาพบแพทย์ที่เมดพาร์ค
อีกมุมหนึ่ง คุณอดัม แฮโรลด์ ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์หลังการรักษา โดยเล่าว่า “ผลลัพธ์ออกมาดีมาก ๆ ครับ ผมมีความสุขมาก ค่า PSA ลดลง และเป็นผลดีต่อสมรรถภาพทางเพศของผม”
ครอบครัวของผู้ป่วยชาวเมียนมาเอง ก็ผ่านช่วงเวลาของการตัดสินใจเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้คุณพ่อ ก่อนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อท่านสามารถกลับมาปัสสาวะได้ตามปกติอีกครั้ง
เช่นเดียวกับ คุณสมยศ ณ บำรุง ผู้ป่วยชาวไทย ที่ผ่านการรักษามาแล้ว เล่าให้ฟังอย่างมั่นใจว่า “มดกัดยังเจ็บกว่า ไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ทำมากว่า 3 ปีแล้ว ร่างกายก็ปกติดี”
ประสบการณ์จากผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมารับการรักษาด้วยการใส่แร่กัมมันตรังสี (Brachytherapy) สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในแนวทางการรักษาที่ควบคู่ไปกับการคงไว้ซึ่งคุณภาพชีวิต และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการใส่แร่กัมมันตรังสี (Brachytherapy)
- Q: การฝังแร่กัมมันตรังสี ปลอดภัยหรือไม่?
A: การฝังแร่ หรือการใส่แร่ เป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัย มีงานวิจัยรองรับ และเป็นวิธีที่ยอมรับทางการแพทย์ อีกทั้งมีการควบคุมปริมาณและตำแหน่งของรังสีอย่างแม่นยำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ สามารถลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง - Q: การใส่แร่มีผลกระทบต่อทวารหนักหรือไม่?
A: โดยทั่วไป การรักษาด้วยรังสีอาจมีโอกาสกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง เช่น ทวารหนัก เนื่องจากต่อมลูกหมากอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีเสริม เช่น การฉีดไฮโดรเจล (Hydrogel Spacer) เพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างต่อมลูกหมากและทวารหนัก ช่วยลดปริมาณรังสีที่ไปกระทบบริเวณทวารหนัก และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ - Q: การใส่แร่เหมาะกับผู้ป่วยแบบใด?
A: เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นหรือระยะที่โรคยังจำกัดอยู่ในต่อมลูกหมาก หรือในผู้ป่วยความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัด ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
อ้างอิงเนื้อหาและแผนภูมิภาพโดย:
- Crook JM, Gomez-Iturriaga A, Wallace K, et al. Comparison of Health-Related Quality of Life 5 Years After SPIRIT: Surgical Prostatectomy Versus Interstitial Radiation Intervention Trial. Journal of Clinical Oncology. 2011;29(4):362–368. doi:10.1200/JCO.2010.31.7305

