เลนส์เสริม ICL แก้สายตาสั้น-เอียง นวัตกรรมเซฟกระจกตา มองโลกมุมใหม่ชัดกว่าเดิม!
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาสายตาสั้น และพยายามมองหาทางออกที่ปลอดภัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่คมชัดระดับ HD วันนี้เราจะพามารู้จักกับนวัตกรรม เลนส์เสริม ICL (Implantable Collamer Lens) ที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามทุกขีดจำกัด เพื่อออกไปมองโลกใบเดิมในมุมมองใหม่ที่ชัดเจนและงดงาม กว่าที่เคย
“หลายคนถูกปฏิเสธการทำ LASIK หรือ SMILE Pro ด้วยสาเหตุที่ว่า กระจกตาบางเกินไป หรือค่าสายตาสูง เกินกว่าที่เครื่องเลเซอร์จะเจียรเนื้อกระจกตาออกได้ แต่อย่าเพิ่งหมดหวังค่ะ เรายังมีทางเลือกคือเลนส์เสริม ICL ที่นุ่มนวลและทรงประสิทธิภาพมาก”
นั่นคือคำกล่าวเปิดประเด็นที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจาก พญ.ฐิติมา หวังเจริญ จักษุแพทย์เฉพาะทางด้าน กระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา ซึ่งจะมาบอกเล่าถึงความน่าสนใจของนวัตกรรมนี้ให้เราฟังกันอย่างเจาะลึก

ICL นวัตกรรมเปลี่ยนข้อจำกัดของกระจกตา เมื่อ LASIK และ SMILE Pro อาจไม่ใช่คำตอบ
เมื่อพูดถึงการแก้ปัญหาสายตา คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเทคโนโลยีเลเซอร์เป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นการทำ LASIK แบบดั้งเดิม หรือนวัตกรรมการผ่าตัดยอดนิยมอย่าง SMILE Pro แต่ในปัจจุบัน ทางเลือกในการแก้ไขสายตา ด้วยการใส่เลนส์เสริม ICL เริ่มมีการพูดถึงและได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ
พญ.ฐิติมา อธิบายว่า “ความจริงแล้ว ICL ถูกใช้งานทางการแพทย์มาสักพักใหญ่แล้วค่ะ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนา เทคโนโลยีเลนส์รุ่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการที่องค์การอาหารและยาสหรัฐ (US-FDA) ได้ขยายการรับรองช่วงอายุของผู้ที่สามารถเข้ารับการใส่เลนส์ ICL จากเดิม 21-45 ปี เพิ่มขึ้นกว้างถึง 21-60 ปี ทำให้นวัตกรรม ICL เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและตอบโจทย์กลุ่มผู้มีปัญหาสายตาได้กว้างขึ้นมาก”
Implantable Collamer Lens (ICL) คืออะไร
หากอธิบายให้เข้าใจง่าย ICL คือ “เลนส์เสริมที่ทำขึ้นพิเศษเฉพาะบุคคล” โดยจักษุแพทย์จะทำการ ใส่เลนส์ที่มีความบางเบานี้เข้าไปในดวงตา วางตำแหน่งไว้ที่ด้านหน้าของเลนส์ธรรมชาติและซ่อนอยู่หลังม่านตา อย่างแนบเนียน เลนส์จะทำหน้าที่หักเหแสงให้ตกลงสู่จอประสาทตาได้อย่างแม่นยำ ภาพที่ได้ จึงมีความละเอียด คมชัดลึก และลดโอกาสการเกิดแสงแตกกระจายตอนกลางคืนได้อย่างดี
“ถ้าสายตาสั้นระดับน้อยถึงปานกลาง การทำเลเซอร์อาจตอบโจทย์ได้ดีค่ะ” คุณหมอฐิติมาอธิบายเพิ่มเติม
“แต่ในกลุ่มที่สายตาสั้นมาก ๆ ตั้งแต่ระดับ 800 หรือหลักพันขึ้นไป หรือมีปัญหาสายตาเอียงควบคู่กัน การเลือกทำเลเซอร์ หรือ SMILE อาจมีข้อจำกัดหลายประการ เพราะการยิงเลเซอร์เพื่อปรับความโค้งของกระจกตา เราจะต้องสูญเสียเนื้อกระจกตาบางส่วนไปแบบถาวร ซึ่งยิ่งค่าสายตาสั้นเยอะ ยิ่งสูญเสียเนื้อกระจกตามากตามไปด้วย แต่สำหรับ ICL นั้น โครงสร้างและความแข็งแรงของกระจกตาจะยังคงอยู่สมบูรณ์เหมือนเดิม”
ที่สำคัญ เลนส์ ICL ถูกออกแบบมาให้อยู่กับดวงตาได้ตลอดชีวิต โดยไม่เสื่อมสภาพและไม่หมดอายุ แต่สิ่งที่พิเศษที่สุดคือเป็นวิธีที่สามารถย้อนกลับได้ (reversible) หากในอนาคตเมื่อคนไข้อายุมากขึ้นจนเกิด ภาวะต้อกระจกตามธรรมชาติ แพทย์ก็สามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ต้อกระจก พร้อมกับถอดเลนส์ ICL ออกในคราวเดียวกันได้อย่างราบรื่น
ตารางเปรียบเทียบความต่าง: การใส่เลนส์เสริม ICL กับการทำเลเซอร์ (LASIK / SMILE Pro)

ใครบ้างที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการรักษาด้วยเลนส์เสริม ICL
ไม่ใช่ทุกคนที่เดินไปพบจักษุแพทย์แล้วจะทำเลเซอร์ได้ และก็ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องทำ ICL เสมอไป จากประสบการณ์ของคุณหมอฐิติมา การผ่าตัดใส่เลนส์ ICL มักจะทำในคนไข้ ดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีค่าสายตาสั้นเกิน 800 หรือหลักพันขึ้นไป ซึ่งปริมาณเนื้อกระจกตามักจะมีไม่เพียงพอที่จะรองรับ การยิงเลเซอร์ได้อย่างปลอดภัย และการใส่ ICL จะได้คุณภาพการมองเห็นที่ดีกว่าเลเซอร์
- ผู้ที่มีปัญหากระจกตาผิดปกติ หรือมีข้อห้ามที่ไม่สามารถทำเลเซอร์ที่กระจกตาได้ เช่น ภาวะกระจกตาบาง กระจกตาโค้งผิดรูป หรือมีความเสี่ยงภาวะกระจกตาโก่ง
- ผู้ที่ต้องการทำหัตถการที่ reversible ได้ เพราะการใส่ ICL แล้วยังสามารถเอาออกได้ หรือเปลี่ยนเลนส์ได้ ในภายหลัง
- ในบางกรณี ผู้ที่เคยทำ LASIK / SMILE Pro มาก่อน แล้วสายตากลับมาสั้นซ้ำ ในกลุ่มที่ค่าสายตาเปลี่ยนมาก แต่เนื้อกระจกตาบางเกินกว่าจะยิงเลเซอร์ซ้ำได้ หากผ่านการตรวจประเมินสภาพตาอย่างละเอียด และค่าสายตานิ่งดีแล้ว การใส่เลนส์ ICL คือทางออกในการคืนความชัดเจนอีกครั้ง
ปลอดภัย ไร้กังวล เคลียร์ทุกข้อสงสัยเมื่อเลนส์เสริม ICL เข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับดวงตา
เมื่อได้ยินคำว่า “ผ่าตัดใส่เลนส์เข้าไปในดวงตา” สิ่งที่คนไข้มักจะกังวลใจเป็นอันดับแรก ๆ คือ ร่างกายจะ ต่อต้านไหม? หรือจะรู้สึกระคายเคืองเหมือนมีผงเข้าตาตลอดเวลาหรือเปล่า? ในประเด็นนี้ คุณหมอฐิติมา ได้ให้ความมั่นใจเพื่อคลายความกังวลว่า
“เลนส์ ICL มีความนุ่มนวลและยืดหยุ่นสูงมากจนสามารถพับให้มีขนาดเล็กจิ๋ว เพื่อสอดผ่านแผล ผ่าตัดขนาดเพียงประมาณ 3 มิลลิเมตรบริเวณขอบกระจกตาได้อย่างง่ายดายค่ะ เมื่อเลนส์เข้าไปอยู่ข้างในแล้วจะค่อย ๆ คลี่ตัวออกและจัดวางในตำแหน่งที่พอดี โดยคนไข้จะรู้สึกตัวตลอดเวลาขณะทำแต่ไม่รู้สึกเจ็บเลยค่ะ และหลังจากใส่ เลนส์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะไม่รู้สึกว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตาเลย ต่อให้มีคนมาจ้องมองดวงตาเราใกล้ ๆ ก็ไม่สามารถมองเห็นเลนส์ชิ้นนี้ได้ด้วยตาเปล่า”
ตัวเลนส์ Implantable Collamer Lens ผลิตจากวัสดุลิขสิทธิ์เฉพาะที่เรียกว่า Collamer ซึ่งเป็นการผสมผสาน ระหว่างคอลลาเจน (Collagen) กับไฮโดรฟิลิกโพลีเมอร์ (Hydrophilic Polymer) มีคุณสมบัติพิเศษคือเป็นมิตร ต่อเนื้อเยื่อร่างกายมนุษย์ (biocompatible) ร่างกายจึงไม่รับรู้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมและไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านใด ๆ ทั้งยังช่วยปกป้องดวงตาจากรังสี UV ได้อีกด้วย

นวัตกรรมดีไซน์ใหม่ลดโอกาสเกิดต้อกระจกและต้อหิน
ในยุคเริ่มต้นของเทคโนโลยีเลนส์เสริม อาจมีความเสี่ยงเรื่องการเกิดต้อกระจกก่อนวัยอันควร หรือภาวะต้อหินมุมปิด เนื่องจากตัวเลนส์เข้าไปเบียดพื้นที่ภายในดวงตาจนกระทบการไหลเวียนน้ำเลี้ยงในตาธรรมชาติ แต่สำหรับคนไข้ในยุคนี้สามารถสบายใจได้มากขึ้น
“เลนส์ ICL รุ่นใหม่ถูกออกแบบให้มีรูตรงกลางขนาดเล็กมาก ๆ (CentraFLOW) เพื่อทำหน้าที่เป็นช่องทางด่วน ช่วยให้น้ำเลี้ยงในดวงตาสามารถไหลเวียนจากหลังไปหน้าได้ตามปกติ จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจก และต้อหินมุมปิดลงได้อย่างมีนัยสำคัญค่ะ” คุณหมอฐิติมากล่าวเน้นย้ำ
ปัจจุบันเลนส์ ICL ยังไม่หยุดพัฒนาทั้งเรื่องของวัสดุและดีไซน์ ที่ช่วยลดข้อจำกัดเดิมที่อาจเกิดความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น โรคต้อกระจก ต้อหิน และที่น่าสนใจมากก็คือการพัฒนาให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะสายตายาวตามอายุด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ามาตรวจติดตามผลการรักษากับจักษุแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่หมอจะได้ใช้ เครื่องมือส่องตรวจเช็กความเรียบร้อยและดูแลสุขภาพตาในระยะยาวอย่างใกล้ชิด
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่ออิสรภาพการมองเห็นระยะยาว
ข้อดีที่น่าทึ่งอีกประการของ ICL คือระยะเวลาการพักฟื้นที่สั้นมาก แผลผ่าตัดขนาด 3 มิลลิเมตรนั้น สามารถสมานตัวได้เองโดยไม่ต้องเย็บไหม คนไข้ส่วนใหญ่จึงสามารถกลับไปใช้สายตา ทำงาน หรือส่องหน้าจอ คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนได้ตามปกติภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด คุณหมอได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวในช่วง 1 เดือนแรกไว้อย่างเข้มงวด ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก งดการยกของหนัก การเล่นเวทเทรนนิ่ง หรือกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เลนส์เคลื่อนตำแหน่ง
- งดว่ายน้ำและการโดนน้ำที่ตา ในช่วง 1 เดือนแรกต้องระวังไม่ให้เหงื่อหรือน้ำที่ไม่สะอาดสาดเข้าตา เพื่อป้องกัน ความเสี่ยงในการติดเชื้อ
- การออกกำลังกายเบา ๆ สามารถทำได้ เช่น การเดินเร็ว หลังจากผ่านพ้น 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดไปแล้ว

ทำไมต้องเลือกใส่เลนส์เสริม ICL กับโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานขั้นสูง
การผ่าตัดใส่เลนส์เสริม ICL เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญขั้นสูงของจักษุแพทย์ และความแม่นยำของเทคโนโลยีระดับเวิลด์คลาสมารวมเข้าด้วยกัน ที่ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลเมดพาร์ค (MedPark Hospital) เราไม่ได้มองว่า ICL เป็นเพียงแค่การผ่าตัดแก้ไขสายตา แต่คือการมอบการดูแลที่ละเอียด พิถีพิถัน และปลอดภัยที่สุดให้กับดวงตาของคนไข้
“เพราะดวงตาของแต่ละคนมีมิติและโครงสร้างที่แตกต่างกัน การเตรียมความพร้อมและตรวจประเมิน อย่างละเอียด (pre-operative assessment) จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดค่ะ” พญ.ฐิติมา กล่าว
ก่อนที่คนไข้จะเข้าสู่ขั้นตอนการผ่าตัด ดวงตาจะได้รับการสแกนและวิเคราะห์เจาะลึกในทุกมิติ ผ่านเครื่องมือ อันทันสมัยระดับสากล ได้แก่
- Pentacam เครื่องตรวจวิเคราะห์กระจกตาและช่องลูกตาด้านหน้าแบบ 3 มิติ ช่วยประเมินความโค้ง ความหนาของกระจกตา ความลึกของช่องหน้าม่านตา และขนาดหรือความกว้างของลูกตา
- Anterior Segment OCT กล้องถ่ายภาพตัดขวางลูกตาด้านหน้าความละเอียดสูง เพื่อวัดพื้นที่สำหรับ วางเลนส์อย่างแม่นยำในระดับไมครอน
- UBM (Ultrasound Biomicroscopy) เครื่องอัลตราซาวนด์ความถี่สูงสำหรับดวงตา ช่วยให้จักษุแพทย์ เห็นโครงสร้างหลังม่านตาได้อย่างชัดเจน
- Endothelial Cell Count เครื่องตรวจนับจำนวนเซลล์บุผนังกระจกตาด้านใน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ดวงตาของคุณมีความพร้อมและสมบูรณ์ที่สุดในการรับเลนส์เสริม
- IOL Master 700 และ VERION ช่วยประเมินความกว้างของลูกตา และวัดแกนค่าสายตา ตำแหน่ง เลนส์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ โดยข้อมูลเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ในห้องผ่าตัด
นอกจากนี้ ในห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลเมดพาร์ค ยังผสานการทำงานร่วมกับระบบ Digital Marking เทคโนโลยีนำร่องอัจฉริยะที่ช่วยกำหนดพิกัดและองศาในการวางเลนส์ ICL โดยเฉพาะในรายที่มีภาวะสายตาเอียง ให้มีความแม่นยำสูงสุด ลดโอกาสการคลาดเคลื่อนได้อย่างดีเยี่ยม

เตรียมความพร้อม ก่อนการผ่าตัดใส่เลนส์เสริม ICL ต้องทำอย่างไรบ้าง
สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการรักษาด้วยนวัตกรรมนี้ ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการเข้ามาตรวจประเมินสภาพตา อย่างละเอียด โดยแนะนำให้เตรียมตัวล่วงหน้า ดังนี้
- งดใส่คอนแทคเลนส์ อย่างน้อย 5-7 วันก่อนวันตรวจ
- งดขับรถมาเองในวันตรวจ เนื่องจากกระบวนการตรวจจะต้องมีการหยอดยาขยายม่านตา ซึ่งจะส่งผลให้มี อาการตาพร่ามัวชั่วคราวและสู้แสงแดดไม่ได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง
“หลังจากตรวจประเมินเรียบร้อยแล้ว หมอจะทำการสั่งผลิตเลนส์ ICL ซึ่งระยะเวลาในการรอคอยจะขึ้นอยู่กับ ความจำเพาะของดวงตาและค่าสายตาของแต่ละบุคคลค่ะ หากค่าสายตาตรงกับเลนส์ที่มีอยู่ในคลัง (stock) ก็สามารถนัดวันผ่าตัดได้เลย แต่หากมีในคลังของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็จะใช้เวลาจัดส่ง 1-2 สัปดาห์ค่ะ ส่วนในรายที่ ไม่มีเลนส์ตรงกัน หมอจะทำการสั่งทำพิเศษแบบเคสต่อเคส (custom-made) ซึ่งอาจต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน เพื่อให้ได้เลนส์ที่สมบูรณ์แบบและแมตช์กับดวงตาของคนไข้มากที่สุดค่ะ” พญ.ฐิติมา อธิบาย
แม้ดวงตาจะมีความซับซ้อน แต่กระบวนการผ่าตัดจริงกลับนุ่มนวลและใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วคนไข้ไม่จำเป็นต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล สามารถเดินทางกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านได้ เพื่อเตรียมพร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่กับทัศนภาพที่คมชัดกว่าที่เคย
เลนส์เสริม ICL (Implantable Collamer Lens) ถือเป็นอีกหนึ่งคำตอบทางการแพทย์ที่จะช่วย ทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ของการทำ LASIK หรือ SMILE Pro เพื่อคืนอิสรภาพในการมองเห็นที่ชัดเจน โดยไม่ทำลาย เนื้อกระจกตาอย่างถาวร มาเริ่มต้นก้าวแรกสู่ทัศนียภาพใหม่ที่ชัดเจนระดับ HD ได้แล้ววันนี้ โดยคุณสามารถนัดหมาย เพื่อเข้ามาตรวจประเมินสภาพสายตาและรับคำปรึกษาจากจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการได้ที่ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลเมดพาร์ค