โรคปลอกประสาทอักเสบ (Demyelinating Disease) คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
โรคปลอกประสาทอักเสบ (Demyelinating Disease) เกิดขึ้นเมื่อปลอกหุ้มประสาทหรือไมอีลินได้รับความเสียหาย ไมอีลินเป็นเนื้อเยื่อที่ห่อหุ้มใยเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับเซลล์ประสาทอื่นๆ ช่วยให้เซลล์ประสาทนำส่งสัญญาณหรือกระแสประสาทได้อย่างรวดเร็ว เซลล์ประสาทที่มีปลอกหุ้มประสาทไมอีลินจะสามารถส่งสัญญาณออกไปด้วยความเร็วกว่า 100 เมตรต่อวินาที ในขณะที่เซลล์ประสาทที่ไม่มีปลอกหุ้มประสาทไมอีลินจะส่งสัญญาณออกไปด้วยความเร็วประมาณ 1 เมตรต่อวินาที ไมอีลินช่วยให้การส่งกระแสประสาทผ่านเซลล์ประสาทเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เมื่อสัญญาณถูกส่ง รับ และประมวลผลในสมองได้ดี เราจะสามารถพูด มองเห็น รู้สึก และคิดได้ อาการเจ็บป่วยจากโรคต่าง ๆ อาจทำให้ปลอกหุ้มประสาทไมอีลินได้รับความเสียหายเนื่องจากทําให้ใยประสาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์ประสาทเสื่อมสภาพลง การสูญเสียใยประสาทจะส่งผลต่อความสามารถในการรับรู้ การเคลื่อนไหว การมองเห็น การได้ยิน และการคิดของคนเรา
ประเภทของการสูญเสียปลอกหุ้มประสาทไมอีลิน
- การสูญเสียปลอกหุ้มประสาทไมอีลินจากการอักเสบ เกิดขึ้นเมื่อปลอกหุ้มประสาทไมอีลินถูกภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตี
อาการอักเสบในสมองและไขสันหลังซึ่งเป็นระบบประสาทส่วนกลางอาจทําให้เป็นโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคเส้นประสาทตาอักเสบ ภาวะสมองและไขสันหลังอักเสบเฉียบพลัน
โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งถือเป็นโรคปลอกประสาทของระบบประสาทส่วนกลางที่พบได้บ่อยที่สุด ประชากรทั่วโลกราว 2.3 ล้านคนได้รับผลกระทบจากโรคนี้ โดยจะพบรอยโรคในเนื้อสมองสีขาวและในไขสันหลัง โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งนั้นมีการดำเนินโรคหลายรูปแบบดังนี้
-
- การแสดงโรคครั้งแรก (Clinically isolated syndrome)
- อาการกำเริบสลับทุเลา (Relapsing-remitting MS)
- อาการค่อยๆแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเป็นครั้งแรก (Primary progressive MS)
- มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ในช่วงแรก แล้วในภายหลังจึงค่อยๆเป็นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Secondary progressive MS)
อาการอักเสบในปลอกหุ้มเส้นประสาทนอกระบบประสาทส่วนกลางอื่น ๆ ของร่างกายทำให้เกิดกลุ่มอาการ Guillain - Barré syndrome (GBS) หรือโรคที่มีการอักเสบของปลอกหุ้มของเส้นประสาทหลายเส้นอย่างเฉียบพลัน
- การสูญเสียปลอกหุ้มประสาทไมอีลินจากเชื้อไวรัส
เช่น โรค PML (multifocal leukoencephalopathy) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อของไวรัส JC
สาเหตุของการสูญเสียปลอกหุ้มประสาทไมอีลิน
- เกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด
- โรคภูมิต้านเนื้อเยื่อของตนเอง (autoimmune disease)
- การติดเชื้อไวรัส
- การขาดออกซิเจน ซึ่งอาจทําให้เกิดการสูญเสียปลอกหุ้มประสาทไมอีลิน
- เนื่องจากการขาดออกซิเจนในสมองหรือจากโรคหลอดเลือดสมอง
- ระบบการเผาผลาญผิดปกติ
- อาการจากการกดทับเส้นประสาท
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
- โรคตับ
- ภาวะเกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุล
- การได้รับสารพิษ
- การขาดสารอาหาร เช่น วิตามิน บี 12 ทองแดง
อาการของโรคปลอกประสาทอักเสบ
อาการของโรคปลอกประสาทอักเสบของระบบประสาทส่วนกลาง อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่อาการมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันในผู้ป่วยโรค Guillain-Barré syndrome ซึ่งอาจจะแสดงอาการภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังจากปลอกหุ้มประสาทไมอีลินเริ่มอักเสบได้รับความเสียหาย
อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- การสูญเสียการมองเห็น
- มีปัญหาด้านการขับถ่าย
- รู้สึกอ่อนเพลีย
- อาการปวดเส้นประสาท
อาการอื่น ๆ เมื่อเส้นประสาทถูกโจมตี ได้แก่
- รู้สึกชา
- การเคลื่อนไหวไม่ประสานสัมพันธ์กันและไม่มีปฏิกิริยารีเฟล็กซ์
- ความดันโลหิตที่ไม่สามารถควบคุมได้
- ตาพร่ามัว
- เวียนศีรษะ
- หัวใจเต้นเร็ว
- มีปัญหาเรื่องความทรงจํา
อาการของโรคมักเป็นเรื้อรัง โดยอาจเป็น ๆ หาย ๆ และมีอาการแย่ลงเรื่อย ๆ
การตรวจวินิจฉัย โรคปลอกประสาทอักเสบ
การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพทางการแพทย์ เช่น MRI สามารถช่วยวินิจฉัยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งและโรคเส้นประสาทตาอักเสบ การทำ MRI สามารถช่วยให้ตรวจพบรอยโรคในสมองและไขสันหลัง และทำการรักษาบริเวณที่พบรอยโรคได้
โรคปลอกประสาทอักเสบ วิธีการรักษา การกินยา
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาการสูญเสียปลอกหุ้มประสาทไมอีลินให้หายขาดได้ โดยนักวิจัยพบว่า ไมอีลินสามารถสร้างใหม่ได้ แต่มักจะบางกว่าเดิมและส่งกระแสประสาทได้ไม่ดีเท่าเดิม ยังคงมีการศึกษาหาวิธีการกระตุ้นร่างกายให้สร้างไมอีลินขึ้นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การรักษาจึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการอักเสบที่เกิดจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน จัดการกับอาการเจ็บปวด และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
แพทย์มักให้รับประทานยา เช่น interferon beta-1 a หรือ glatiramer acetate จากการศึกษาบางอันการใช้ยา statins สามารถช่วยชะลออาการสติปัญญาเสื่อมถอยและการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ แต่ยังคงต้องมีการศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม
วัคซีนและการสูญเสียปลอกหุ้มประสาทไมอีลิน
คนที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่ไวเป็นพิเศษอาจเกิดอาการของโรคปลอกประสาทอักเสบของระบบประสาทส่วนกลางฉียบพลัน หลังได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก แต่พบได้น้อยมาก