เลือกหัวข้อที่อ่าน
- ภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ มีอาการอย่างไร
- โรคเรื้อรัง ที่อาจสัมพันธ์กับภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้
- ตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ มีขั้นตอนอย่างไร
- ตรวจจุลินทรีย์ใน ลำไส้ มีข้อดีอย่างไร
- ตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ รพ. เมดพาร์ค
ตรวจจุลินทรีย์ใน ลำไส้ (Gut Microbiome Test)
ตรวจจุลินทรีย์ใน ลำไส้ (Gut Microbiome Test) คือ การตรวจสุขภาพเชิงลึกโดยการวิเคราะห์ตัวอย่างอุจจาระเพื่อวิเคราะห์สมดุลแบคทีเรียในลำไส้ทั้งชนิดดีและไม่ดี ในผู้ที่มีอาการ เช่น ท้องผูก ท้องเสีย ไขมันสะสม หรืออาหารไม่ย่อย เพื่อประเมินความเสี่ยงโรค เช่น โรคอ้วน ลำไส้แปรปรวน หรือเบาหวาน การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยให้แพทย์ปรับสมดุลจุลินทรีย์ที่ส่งผลต่อสุขภาพ อารมณ์ การนอน และการเผาผลาญ ช่วยให้การวางแผนรักษาที่ตรงจุด พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านโภชนาการเพื่อการมีสุขภาพดีโดยรวม
ทำไมต้องตรวจจุลินทรีย์ใน ลำไส้
เครื่องดื่มน้ำตาลสูง สารเคมีในอาหาร ไขมันทรานส์ หรือแม้แต่ความเครียด ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut dysbiosis) เมื่อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ลดจำนวนลง แต่จุลินทรีย์ให้โทษกลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายระบบตามมา เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบต่อมไร้ท่อ
การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือไมโครไบโอม วิเคราะห์ชนิด ปริมาณ และความหลากหลายของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับสุขภาพ ผ่านการตรวจยีนของแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างเมตาบอไลต์ เพื่อที่แพทย์จะให้คำแนะนำการปรับอาหาร พฤติกรรม และโพรไบโอติกที่เหมาะสม ช่วยให้ผู้ที่สูญเสียสมดุลจุลินทรีย์ สามารถฟื้นฟูระบบลำไส้ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเริ่มต้นรักษาปัญหาสุขภาพเรื้อรังสะสมจากสาเหตุที่แท้จริง
ภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ มีอาการอย่างไร
ภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ อาจส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ ในร่างกายหลายระบบ ดังนี้
- ระบบย่อยอาหาร แก๊ส ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย ปวดท้อง ท้องผูกสลับท้องเสีย ลำไส้ดูดซึมผิดปกติ
- ระบบภูมิคุ้มกัน สิวเรื้อรัง ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นผิวหนังที่ขึ้นซ้ำ ๆ ที่เดิม ๆ
- ระบบประสาท เหนื่อยล้าเรื้อรัง สมองล้า สมาธิสั้น วิตกกังวล หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ขี้ลืม นอนไม่หลับ ไมเกรน
- ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบเผาผลาญผิดปกติ ไขมันสะสม ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ภาวะดื้ออินซูลิน เบาหวาน
- ระบบทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะสีขุ่น ปัสสาวะกลิ่นเหม็น ปวดบริเวณกระเพาะปัสสาวะ ปวดอุ้งเชิงกราน คันและ/หรือมีสารคัดหลั่งที่อวัยวะเพศ
ปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิด ภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้
ภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ อาจมีสาเหตุปัจจัย ดังต่อไปนี้
- อาหาร วัตถุเจือปนอาหาร ไขมันทรานส์ อาหารหวาน ขนมหวาน เครื่องดื่มน้ำตาลสูง
- การใช้ยาปฏิชีวนะ สารต้านจุลชีพ
- การใช้ยาบางชนิด สารเสพติด
- การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
- การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอที่ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
- การสัมผัสกับสารพิษที่ปนเปื้อนมาในอาหาร หรือสิ่งแวดล้อม
- ความเครียด ส่งผลต่อการทำงานของลำไส้ และลดจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดี
โรคเรื้อรัง ที่อาจสัมพันธ์กับภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้
ภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจมีความสัมพันธ์ที่นำไปสู่โรคเรื้อรังสะสมในระบบต่าง ๆ ดังนี้
1. โรคระบบทางเดินอาหาร
- โรคลำไส้อักเสบ (IBD) โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง (UC) โรคโครห์น
- โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) โรคติดเชื้อคลอสตริเดียมดิฟฟิว ไซส์ (C. diff)
- มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งระบบทางเดินอาหาร เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร
- แพ้อาหาร โรคเซลิแอค (Celiac disease)
- ภาวะแบคทีเรียเกินในลำไส้เล็ก (SIBO)
- การดูดซึมผิดปกติ
2. โรคเมตาบอลิก และโรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคอ้วน โรคเมตาบอลิก
- เบาหวานชนิดที่ 1 เบาหวานชนิดที่ 2
- ไขมันพอกตับ (NAFLD) โรคตับแข็ง
- โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดแดงแข็ง
- ความดันโลหิตสูง
3. โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (Autoimmune disease) การอักเสบเรื้อรัง (Inflammatory disorders)
- โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (RA)
- โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS)
- โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
- โรคหอบหืด ภูมิแพ้
4. โรคทางระบบประสาท และสุขภาพจิต
- ความผิดปกติทางอารมณ์
- ไมเกรน
- โรคซึมเศร้า วิตกกังวล
- โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน
ตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ มีขั้นตอนอย่างไร
การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ รพ. เมดพาร์ค เป็นการตรวจวิเคราะห์จุลินทรีย์จากตัวอย่างอุจจาระในระดับ DNA ด้วยเทคโนโลยี Quantitative Polymerase Chain Reaction (qPCR) ซึ่งเป็นเทคนิคการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมแบบจำเพาะต่อจุลินทรีย์เป้าหมาย สามารถระบุชนิด และปริมาณของจุลินทรีย์ได้อย่างแม่นยำสูง เพื่อนำผลที่ได้มาวิเคราะห์จุลินทรีย์ทั้งชนิดดีและไม่ดีในระบบนิเวศทางเดินอาหาร รวมทั้งประเมินความหนาแน่นของจุลินทรีย์ในลำไส้ และให้การติดตามว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือเสียสมดุลของจุลินทรีย์เป้าหมายหรือไม่
การเตรียมตัวก่อนเก็บตัวอย่างอุจจาระ
- งดยาปฏิชีวนะอย่างน้อย 4 สัปดาห์
- งดยาถ่าย ยาลดกรด และโพรไบโอติกส์ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดการสวนอุจจาระ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- ไม่ต้องงดน้ำและอาหารก่อนเก็บตัวอย่างอุจจาระ
ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างอุจจาระ
- เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ มอบภาชนะปลอดเชื้อที่ใช้เก็บตัวอย่างอุจจาระส่งตรวจ (ภาชนะ/ช้อน/ไม้ป้าย)
- ผู้รับการตรวจใช้ช้อนหรือไม่ป้ายเก็บตัวอย่างอุจจาระจากปากทวารหนัก ขนาดเท่าหัวแม่มือ (4-5 กรัม) ใส่ลงในภาชนะ
- ปิดฝาภาชนะให้สนิท ตรวจชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวคนไข้ (HN) อีกครั้ง ก่อนนำภาชนะส่งตรวจ
ขั้นตอนการตรวจและแจ้งผลการตรวจ
- เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์สกัด DNA ของจุลินทรีย์จากตัวอย่างอุจจาระ และนำไปวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Quantitative Polymerase Chain Reaction (qPCR) ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมแบบจำเพาะต่อจุลินทรีย์เป้าหมาย สามารถระบุชนิด และวัดปริมาณจุลินทรีย์ได้อย่างแม่นยำสูง
- ผลการตรวจ qPCR ประเมินปริมาณเชื้อในเชิงตัวเลขจริง (absolute quantity) โดยจะนำผลลัพธ์ที่ได้ไปเทียบกับค่ามาตรฐานอ้างอิง เพื่อหาความผิดปกติหรือความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ และใช้ประกอบการประเมินสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร และการดูแลรักษาโรค
- แพทย์นัดหมายแจ้งผลการตรวจวินิจฉัย ที่อาจระบุสาเหตุของโรคที่เกิดจากภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ พร้อมประเมินความเสี่ยงโรค และให้คำแนะนำการปรับอาหารที่ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ (โพรไบโอติกส์ และพรีไบโอติกส์) การปรับพฤติกรรม การนอน และการออกกำลังกาย รวมถึงวางแผนการรักษาโรคเรื้อรังที่ต้นเหตุอย่างเป็นระบบ
ตรวจจุลินทรีย์ใน ลำไส้ มีข้อดีอย่างไร
- หาสาเหตุของอาการเรื้อรังที่หาสาเหตุได้ยาก ซึ่งการตรวจทั่วไปไม่อาจพบ เช่น ภูมิแพ้ สิวเรื้อรัง ไมเกรน
- ประเมินระบบภูมิคุ้มกันที่กว่า 70% ขึ้นอยู่กับจุลินทรีย์ในลำไส้ ทั้งชนิดที่สนับสนุนและชนิดที่รบกวนภูมิคุ้มกัน
- ประเมินจุลินทรีย์ที่มีผลต่อสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนิน ซึ่งเชื่อมโยงกับความเครียด ความวิตกกังวล ซึมเศร้า
- วางแผนโภชนาการเฉพาะบุคคล ปรับสารอาหารที่ช่วยเพิ่มโพรไบโอติกส์ พรีไบโอติกส์ ที่เหมาะสมกับเราจริง ๆ
- ป้องกันและลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคอักเสบเรื้อรัง ซึ่งสัมพันธ์กับความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้

ตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ รพ.เมดพาร์ค
ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ รพ. เมดพาร์ค กรุงเทพ ให้บริการตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ เพื่อหาความผิดปกติในการทำงานและการบีบเคลื่อนตัวของระบบทางเดินอาหาร โดยทีมอายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับที่มีประสบการณ์ พร้อมด้วยห้องปฏิบัติการทางการแพทย์มาตรฐาน ISO 15189 และ ISO 15190 และเทคโนโลยี Quantitative Polymerase Chain Reaction (qPCR) ที่สามารถแปรผลการตรวจได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำสูง นำไปสู่การวินิจฉัยและรักษาโรคเรื้อรังได้อย่างตรงจุด และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้รับการรักษามีโอกาสหายขาดจากโรค ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนในอนาคต และช่วยฟื้นฟูสุขภาพองค์รวมให้ดีขึ้นอย่างเป็นระบบ
คำถามที่พบบ่อย
โรค ท้องผูกเรื้อรัง มีสาเหตุจากการกินผักน้อย ดื่มน้ำน้อยจริงหรือไม่
ท้องผูกเรื้อรังไม่หาย อาจไม่ได้มีสาเหตุจากการทานผักน้อยหรือดื่มน้ำน้อยเสมอไป แต่อาจสัมพันธ์กับภาวะความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ที่ส่งผลให้อุจจาระแห้ง แข็ง และขับถ่ายยาก หรือหากมีแบคทีเรียในลำไส้เล็กบางชนิดมาก ก็อาจทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของลำไส้ช้าลง อาหารตกค้างในลำไส้นานขึ้น และทำให้เกิดแก๊ส ท้องอืด แน่นท้อง ปวดท้อง และท้องผูกเรื้อรัง
สมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ระหว่างชนิดดีและไม่ดี มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร และการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ หากจุลินทรีย์ชนิดดีลดจำนวนลง แต่จุลินทรีย์ชนิดไม่ดีกลับเพิ่มจำนวนขึ้น ก็อาจทำให้เกิดภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ที่ส่งผลให้เกิดปัญหากับระบบย่อยอาหารได้