เลือกหัวข้อที่อ่าน
- โควิด 19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 อาการ
- กลุ่มเสี่ยงสูงโควิด 19
- ติดโควิด ทำอย่างไร
- วิธีป้องกันโควิด 19
- ตรวจ รักษาโควิด 19 รพ. เมดพาร์ค
โควิด (COVID)
โควิด 19 สายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 จนถึงขณะนี้ คือ โควิดสายพันธุ์ Nimbus (NB.1.8.1) สายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน (Omicron) คิดเป็น 50.95% โดยมีกลุ่มผู้ติดเชื้อสูงสุดเป็นกลุ่มเด็กอายุ 0-4 ปี รองลงมา คือกลุ่มคนวัยทำงาน ช่วงอายุ 30-39 ปี และกลุ่มอายุ 20-29 ปี โดยมียอดผู้ป่วยสะสม 116,854 คน และเสียชีวิตแล้ว 16 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม 40-60 ปี ขึ้นไป และมีโรคประจำตัวร่วมด้วย
โควิด 19 สายพันธุ์ NB.1.81 มีลักษณะเด่น คือ ติดง่าย แพร่กระจายเร็ว และหลบภูมิคุ้มกันเก่งขึ้น เพราะมีการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหลายตำแหน่ง ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ มักไม่มีอาการรุนแรง และมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่หากผู้ป่วยโควิดคนไหนที่มีอาการหายใจหอบ แน่นหน้าอก ซึม และทรุดลงเร็ว ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที
โควิด 19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 อาการ
อาการโควิด NB.1.8.1 คล้ายกับอาการของโรคระบบทางเดินหายใจทั่วไป แต่มีจุดสังเกตใหญ่ คือ เจ็บคอแปล๊บ คล้ายมีดโกนบาดในลำคอ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการติดเชื้อ และมีอาการร่วมดังนี้
- มีไข้
- ไอแห้ง ไอต่อเนื่อง แต่ไม่มีเสมหะ
- เจ็บคอ เหมือนมีดโกนบาด
- คัดจมูก มีน้ำมูก
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- ปวดหัว
- คลื่นไส้ อาเจียน (บางคน)
- ท้องเสีย (บางคน)
- สูญเสียการรับรสหรือกลิ่น (บางคน)
ผู้ที่มีอาการข้างต้น ให้แยกตัว หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่น พักผ่อนให้เพียงพอ และสวมหน้ากากอนามัยหากไปในที่สาธารณะ และรีบตรวจ ATK หากผลเป็นบวก ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยเร็ว
กลุ่มเสี่ยงสูงโควิด 19
กลุ่มเสี่ยงสูง 608 หรือกลุ่มเปราะบางต้องเฝ้าระวัง หากติดโควิด 19 อาจมีอาการรุนแรง ได้แก่
- คุณแม่ตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป (สามารถฉีดวัคซีนป้องกันได้)
- เด็กเล็กอายุ 6 เดือน ถึง 4 ปี ทุกคน (เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 1 ปี พบอัตราป่วยมากที่สุด)
- ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน 100 กิโลกรัม หรือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI>35) มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไตวายเรื้อรัง เบาหวาน สโตรก โรคอ้วน และโรคมะเร็ง
NOTE: คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 สามารถส่งต่อภูมิคุ้มกันให้ทารกน้อยหลังคลอดได้นานถึง 6 เดือน
ติดโควิด ทำอย่างไร
หากมีผลการตรวจ ATK เป็นบวก (2 ขีด) ซึ่งระบุติดโควิด 19 ให้ทำตามขั้นตอน ดังนี้
- เข้ารับการตรวจยืนยัน การติดเชื้อโควิด 19 ที่โรงพยาบาล
- กักตัวอยู่บ้าน หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น หรือสัตว์เลี้ยง
- สวมหน้ากากอนามัย หากต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น
- หมั่นดูแลตนเองและสังเกตอาการ ผู้ที่อาการไม่รุนแรง สามารถหายได้ภายใน 7-10 วัน
- รับยาต้านไวรัส สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูงที่ติดโควิด 19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 หรือสายพันธุ์อื่น ๆ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ให้รีบพาไปพบแพทย์ที่ รพ. โดยเร็ว เพื่อรับยาต้านไวรัส Remdesivir ยา Molnupiravir หรือ ยา Paxlovid ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ ยา Paxlovid เป็นยาที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การรับรองและแนะนำให้ใช้เป็นยาหลักในการใช้รักษาผู้ป่วยโควิดทั่วไป และกลุ่ม 608 ที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโควิด NB.1.8.1 และสายพันธุ์ย่อย อื่น ๆ ของโอมิครอน ซึ่งในปัจจุบัน ยังไม่พบการดื้อยา นับว่าเป็นทางเลือกการรักษาที่ดีที่สุด โดยยาจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากได้รับภายใน 2-3 วัน หรือในระยะเริ่มติดเชื้อ
วิธีป้องกันโควิด 19
โควิด 19 มีวิธีการป้องกันดังนี้
- ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19
- ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อให้ภูมิคุ้มกันเป็นปัจจุบัน
- สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าอย่างถูกวิธี เมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
- ให้เว้นระยะห่าง เมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ
- หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
- อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท เพื่อลดความหนาแน่นของไวรัสในอากาศ
ตรวจ รักษาโควิด 19 รพ. เมดพาร์ค
โรงพยาบาลเมดพาร์ค กรุงเทพ มีความพร้อมให้บริการตรวจ COVID-19 และโรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจชนิดอื่น ๆ ตลอด 24 ชม. ด้วยการตรวจ RT-PCR การตรวจ ATK (Antigen test) หรือการตรวจชนิดอื่น ๆ โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ด้านโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจทั่วไปและเฉียบพลัน โรคติดเชื้อดื้อยา หรือโรคอุบัติใหม่ ด้วยห้องปฏิบัติการทางการแพทย์มาตรฐาน ISO 15189 และ ISO 15190 และเทคโนโลยี MALDI-TOF ที่ทันสมัย ช่วยวิเคราะห์ ระบุชนิดของจุลชีพ และรายงานผลการตรวจได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำภายใน 20 นาที พร้อมด้วยเครื่องเอคโม่ (ECMO) หรือเครื่องหัวใจและปอดเทียม สำหรับผู้ที่มีภาวะหัวใจหรือปอดล้มเหลวรุนแรง ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ คลินิกโรคติดเชื้อ ผู้ชำนาญการและบุคลากรการแพทย์สหสาขาที่ทำงานร่วมกันตลอด 24 ชม. เพื่อให้การจัดการรักษาโรค COVID-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยให้ผู้รับการรักษาสามารถหายจากโรค และกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
คำถามที่พบบ่อย
1. โควิด NB.1.8.1 กี่วันหาย
ผู้ป่วยโควิด NB.1.8.1 ส่วนใหญ่ มีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายเองได้ภายใน 5-7 วัน หากใช้วิธีรักษาโควิด NB.1.8.1 ที่บ้านอย่างถูกต้อง แต่หากภายใน 3-5 วัน อาการโควิด NB.1.8.1 ไม่ดีขึ้น มีไข้สูงต่อเนื่อง หายใจลำบาก หรือเป็นผู้ป่วยโควิดที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 608 ให้รีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจวิเคราะห์เชื้อ และแยกเชื้อออกจากไข้หวัดใหญ่ และรับยาแก้โควิด หรือยาแก้โรคอื่น ๆ โดยเร็ว