เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เกิดจากอะไร อาการเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ - Symptoms, Causes and Treatment of Pericarditis

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis)

โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis) เกิดจากเนื้อเยื่อที่มีลักษณะเป็นถุงบาง ๆ ที่เรียกกันว่า "ถุงหุ้มหัวใจ (pericardium)" เกิดการอักเสบบวม ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บแปลบที่หน้าอก

แชร์

โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ คืออะไร?

โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis) เกิดจากเนื้อเยื่อที่มีลักษณะเป็นถุงบาง ๆ ที่เรียกกันว่า "ถุงหุ้มหัวใจ (pericardium)" เกิดการอักเสบบวม ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บแปลบที่หน้าอก เนื่องจากการเสียดสีของเยื่อหุ้มหัวใจที่อักเสบ ถึงแม้ว่าโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบที่ไม่รุนแรงอาจหายได้เองโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา แต่ผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบที่รุนแรงจำเป็นต้องรับประทานยา น้อยรายที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด อย่างไรก็ตามการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงทีและการเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้  

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีกี่ชนิด?  

  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเฉียบพลัน
  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบที่กลับมาเป็นซ้ำ อาจเกิดขึ้น 4-6 สัปดาห์หลังมีอาการครั้งแรก โดยระหว่างนั้นผู้ป่วยไม่มีอาการแสดงใด ๆ 
  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบแบบต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยจะมีอาการต่อเนื่องกัน 4-6 สัปดาห์ 
  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเรื้อรัง คือถุงหุ้มหัวใจอักเสบนานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปหลังมีอาการครั้งแรก  
  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบและบีบรัด เป็นโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบที่รุนแรง โดยเนื้อเยื่อถุงหุ้มหัวใจจะมีลักษณะแข็ง มีพังผืด หนาขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานผิดปกติ มักเกิดขึ้นหลังมีอาการโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเฉียบพลันซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน 
  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อปรสิต 
  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบที่หาสาเหตุไม่พบ
  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบจากอุบัติเหตุหรืออาการบาดเจ็บทางกาย เช่น การได้รับบาดเจ็บที่หน้าอกจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบจากภาวะไตล้มเหลว
  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบจากมะเร็ง

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีสาเหตุเกิดจากอะไร?

  • การติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อไวรัส
  • การได้รับการรักษาด้วยรังสีรักษาที่บริเวณหน้าอก เนื่องจากมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • อุบัติเหตุที่หน้าอก เช่น หน้าอกกระแทกกับพวงมาลัยรถ ถูกยิงหรือแทง การได้รับการผ่าตัดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย อาจทำให้หัวใจได้รับความเสียหาย นำไปสู่โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ นอกจากนี้การผายปอดกู้ชีพ (CPR) อาจทำให้หัวใจได้รับบาดเจ็บจนเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบได้เช่นกัน แต่มักพบได้น้อยมาก
  • ยาและสารพิษ
  • ความผิดปกติทางเมตาบอลิกซินโดรม เช่น ภาวะไตวาย 
  • มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) โรคหนังแข็ง โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผสม โรคหลอดเลือดอักเสบหลายระบบโรคไข้เมดิเตอร์เรเนียนซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังชนิดเป็นแผลหรือโรคโครห์น

การพิจารณาหาสาเหตุของโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบอาจเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตามการหาสาเหตุของโรคอาจไม่สำคัญเท่ากับการที่โรคตอบสนองต่อยาที่ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อของผู้ป่วยโดยยังไม่ทราบชนิดเชื้อก่อโรค (Empiric Anti-inflammatory Treatment) อันได้แก่ การใช้ยาแอสไพรินและยาไอบูโปรเฟน

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีอาการอย่างไร?

อาการของโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบมักขึ้นอยู่กับชนิดของโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

  • เจ็บหน้าอก ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทง บางรายอาจรู้สึกเหมือนมีแรงกดที่หน้าอก
  • เจ็บที่กระดูกหน้าอกหรือหน้าอกด้านซ้ายร้าวไปยังไหล่ซ้ายและคอ ซึ่งจะแย่ลงเมื่อไอ หายใจเข้าลึก ๆ นอนหงาย และดีขึ้นเมื่อโน้มตัวไปข้างหน้าหรือลุกขึ้นนั่ง
  • ไอ
  • อ่อนเพลีย
  • มีไข้ต่ำ ๆ 
  • ใจสั่น
  • ขาและท้องบวม
  • หายใจไม่ทันเมื่อนอนหงาย

อาการอย่างไรที่ควรพบแพทย์?

เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เนื่องจากอาการของโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบมีความคล้ายคลึงกับอาการของโรคหัวใจและปอด

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบมีอะไรบ้าง?

  • ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจ
  • โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบและบีบรัด อาจทำให้ขาและท้องบวม ร่วมกับอาการหายใจหอบเหนื่อย 
  • ภาวะบีบรัดหัวใจ (cardiac tamponade) เป็นอาการวิกฤติที่ขัดขวางการสูบฉีดเลือดของหัวใจ ทำให้เลือดออกมาจากหัวใจน้อยลง ความดันโลหิตลดลง เป็นอันตรายต่อชีวิต จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด

โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีวิธีการตรวจวินิจฉัยอย่างไร?

  • การซักประวัติและการตรวจร่างกาย โดยระหว่างการตรวจร่างกาย แพทย์จะใช้หูฟังทางการแพทย์ฟังเสียงหัวใจว่ามีเสียงเยื่อหุ้มหัวใจเสียดสีกันหรือไม่ 
  • การตรวจเลือด เพื่อหาสัญญาณของกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน การอักเสบ หรือการติดเชื้อ
  • การเอกซเรย์หน้าอก เพื่อประเมินขนาดหัวใจและตรวจว่ามีน้ำในปอดหรือไม่
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG หรือ EKG) เพื่อตรวจการเต้นของหัวใจ ผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบมักมีสัญญาณคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่เปลี่ยนไป 
  • การตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนเสียงความถี่สูง (ECHO) เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจและตรวจหาภาวะน้ำใน
  • การตรวจ MRI หัวใจ เพื่อตรวจหาน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ ถุงหุ้มหัวใจอักเสบหรือหนาขึ้น โดยแพทย์จะทำการฉีดสารทึบรังสีชื่อว่า gadolinium เพื่อให้ภาพชัดขึ้น
  • การตรวจ CT สแกนเพื่อตรวจการสะสมของแคลเซียมในถุงหุ้มหัวใจ น้ำที่คั่งในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ อาการอักเสบ เนื้องอก และโรคที่อาจส่งผลต่ออวัยวะรอบหัวใจ การตรวจ CT สแกนจำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบและบีบรัด
  • การสวนหัวใจ เพื่อตรวจแรงบีบของหัวใจ ซึ่งจำเป็นต่อการวินิจฉัยโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบและบีบรัด

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีวิธีรักษาอย่างไร?

วิธีการรักษาโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบแตกต่างกันไปตามสาเหตุของโรคและความรุนแรงของอาการ โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบที่ไม่รุนแรงอาจดีขึ้นโดยไม่ต้องได้รับการรักษา 

  • ยา สามารถช่วยบรรเทาอาการบวมและการอักเสบ
    • ยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟนหรือแอสไพริน
    • ยา Colchicine ลดการอักเสบ ซึ่งมีประสิทธิภาพต่อการรักษาโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเฉียบพลันหรือโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบแบบต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามยาอาจส่งผลต่อการทำงานของยาชนิดอื่น ๆ ก่อนรับประทานจึงควรขอคำแนะนำจากแพทย์ ผู้ป่วยโรคตับหรือโรคไตไม่ควรรับประทานยา colchicine 
    • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ สำหรับผู้ที่กลับมาเป็นซ้ำหรืออาการไม่ดีขึ้นเมื่อรับประทานยาชนิดอื่น ๆ 
    • ยาปฏิชีวนะสำหรับโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับการเจาะระบายของเหลวออก
  • การผ่าตัด 
    • การเจาะระบายของเหลวออกจากเยื่อหุ้มหัวใจ 
    • การตัดถุงหุ้มหัวใจ โดยแพทย์จะนำถุงหุ้มหัวใจออกก่อนที่จะแข็งตัวเนื่องจากโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบและบีบรัด

ผู้ป่วยต้องใช้เวลาพักฟื้นนานเท่าไรหลังเข้ารับการรักษา

การรับประทานยาจะทำให้อาการดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ การพักฟื้นหลังการเข้ารับการผ่าตัดใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ระหว่างที่กำลังพักฟื้นอยู่นั้น ผู้ป่วยควรงดกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก ๆ หรือการเล่นกีฬา เพราะกิจกรรมเหล่านี้อาจทำให้อาการกำเริบได้

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีวิธีการป้องกันอย่างไร?

  • การปฏิบัติตามสุขลักษณะนิสัยที่ดี โดยการล้างมือเป็นประจำ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค 
  • หลีกเลี่ยงการพบปะผู้ป่วยโรคไวรัสหรือโรคที่มีอาการคล้ายไข้หวัด
  • เข้ารับวัคซีนที่จำเป็น เช่น วัคซีนโควิด 19 วัคซีนโรคหัด วัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่เพื่อป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แม้ว่าจะเกิดขึ้นได้น้อยวัคซีนโควิด 19 อาจเพิ่มความเสี่ยงของกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โดยเฉพาะในเด็กชายอายุ 12-17 ปี ก่อนเข้ารับวัคซีนสามารถปรึกษาแพทย์ถึงข้อดีและความเสี่ยงของวัคซีนได้

ควรเตรียมตัวก่อนพบแพทย์อย่างไรบ้าง?

  • จดบันทึกอาการที่มี ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่กำลังรับประทาน
  • จดคำถามที่ต้องการถามแพทย์ เช่น 
    • อะไรคือสาเหตุของโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
    • จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
    • มีการรักษาด้วยวิธีใดบ้าง มีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่
    • อาการจะดีขึ้นเมื่อไร
    • ภาวะแทรกซ้อนของโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบคืออะไร
    • มีข้อห้ามในการออกกำลังกายหรือรับประทานอาหารใด ๆ หรือไม่
  • เตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่แพทย์อาจถาม ยกตัวอย่างเช่น 
    • มีอาการปวดตรงที่ใดบ้าง อาการปวดรุนแรงหรือไม่
    • มีอาการอะไรบ้าง เริ่มมีอาการครั้งแรกเมื่อไร
    • อาการเป็น ๆ หาย ๆ หรือไม่
    • มีอาการหายใจไม่ทันหรือไม่
    • อาการดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่าทางหรือไม่
    • เมื่อไม่นานมานี้มีเป็นไข้บ้างหรือไม่
    • มีคนในครอบครัวเป็นโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบบ้างหรือไม่
    • สูบบุหรี่หรือไม่
    • น้ำหนักลดลงแบบไม่มีสาเหตุหรือไม่

คำแนะนำจากแพทย์โรงพยาบาลเมดพาร์ค

การรักษาโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบอย่างทันท่วงทีจะช่วยให้หายจากโรคได้ การปฏิบัติตามคำแนะนำการรักษาจะช่วยลดโอกาสในการเป็นซ้ำ ผู้ป่วยจึงควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่องและพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

บทความโดย

เผยแพร่เมื่อ: 22 มี.ค. 2024

แชร์

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

  • Link to doctor
    นพ. ชัยศิริ วรรณลภากร

    นพ. ชัยศิริ วรรณลภากร

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • Link to doctor
    MedPark Hospital Logo

    นพ. จักรพันธ์ ชัยพรหมประสิทธิ์

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    โรคหัวใจและหลอดเลือด, หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • Link to doctor
    พญ. สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน

    พญ. สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจล้มเหลว การวินิจฉัย การรักษาและการป้องกัน, การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบอลลูนและการดามขดลวด, โรคหัวใจแต่กำเนิด, การใช้อัลตราซาวน์ในเส้นเลือดหัวใจเพื่อช่วยการวินิจฉัยและรักษา, การใช้หุ่นยนต์ช่วยในการสวนหัวใจ ขยายหลอดเลือด และใส่ขดลวด, การลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอากาศยาน
  • Link to doctor
    MedPark Hospital Logo

    นพ. อนุรักษ์ เจียมอนุกูลกิจ

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • Link to doctor
    พญ. ปิยนาฏ ปรียานนท์

    พญ. ปิยนาฏ ปรียานนท์

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    โรคความดันโลหิตสูง, โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรง , การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน, โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, โรคหลอดเลือดส่วนปลายบริเวณแขนขาตีบ, อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, การทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ
  • Link to doctor
    พญ. ศิริพร อธิสกุล

    พญ. ศิริพร อธิสกุล

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • Link to doctor
    รศ.นพ. สุวัจชัย พรรัตนรังสี

    รศ.นพ. สุวัจชัย พรรัตนรังสี

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    การรักษาเส้นเลือดหัวใจตีบผ่านสายสวน, การรักษาโรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตันโดยการใส่สายสวน, การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน
  • Link to doctor
    ศาสตราธิคุณ นพ. วสันต์ อุทัยเฉลิม

    ศาสตราธิคุณ นพ. วสันต์ อุทัยเฉลิม

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด
  • Link to doctor
    นพ. ชาติ วานิชสวัสดิ์

    นพ. ชาติ วานิชสวัสดิ์

    • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
    • เวชศาสตร์นิวเคลียร์หัวใจ
    หัวใจเต้นผิดจังหวะ, โรคหัวใจและหลอดเลือด, การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด