ชายชาวเอเชียนอนหลับ และเสียชีวิตกะทันหันจากภาวะเสียชีวิตขณะหลับ (Sudden unexplained nocturnal death syndrome) โดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่มีอาการหรือสัญญาณเตือนล่วงหน้า

เสียชีวิตขณะหลับ (SUNDS) คืออะไร สาเหตุ อาการเตือน การป้องกัน

เสียชีวิตขณะหลับ (Sudden unexplained nocturnal death syndrome) คือ อาการเสียชีวิตกะทันหันขณะหลับโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยแทบไม่มีอาการหรือสัญญาณเตือนล่วงหน้า ซึ่งสันนิษฐานว่า

แชร์
FacebookFacebook MessengerxLINEthreads
เลือกหัวข้อที่อ่าน:


    เสียชีวิตขณะหลับ (Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome)

    เสียชีวิตขณะหลับ (Sudden unexplained nocturnal death syndrome) คือ อาการเสียชีวิตกะทันหันขณะหลับโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยแทบไม่มีอาการหรือสัญญาณเตือนล่วงหน้า ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากโรคทางพันธุกรรม หรือปัญหาด้านสุขภาพบางประการที่ผู้เสียชีวิตไม่เคยทราบและไม่เคยได้รับการตรวจวินิจฉัยมาก่อน เช่น โครงสร้างหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติรุนแรง เลือดออกในสมอง หรือภาวะเสียชีวิตกะทันหันจากโรคลมชัก ภาวะเสียชีวิตขณะหลับ เกิดขึ้นได้ทุกช่วงวัยตั้งแต่ทารก คนหนุ่มสาว จนถึงผู้ใหญ่ พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และเกิดขึ้นได้แม้กับผู้ที่ภายนอก แลดูแข็งแรง สุขภาพดี การตรวจคัดกรองความเสี่ยง จึงมีความสำคัญ เพื่อป้องกันก่อนเกิดความสูญเสีย

    เปรียบเทียบหัวใจเต้นปกติ และหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรง

    เสียชีวิตขณะหลับ สาเหตุเกิดจากอะไร

    สาเหตุของภาวะเสียชีวิตขณะหลับ ครอบคลุมถึงกลุ่มภาวะทางการแพทย์ที่นำไปสู่การเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันโดยไม่ทันคาดคิด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มโรคหัวใจ ทั้งกลุ่มความผิดปกติที่เกิดจากพันธุกรรมและกลุ่มที่ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม และยังอาจเกิดจากโรคหรือภาวะอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มโรคหัวใจ รวมถึงการใช้ยาบางชนิด และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่

    1. กลุ่มความผิดปกติของหัวใจที่เกิดจากพันธุกรรม (Genetic cardiac conditions) เช่น

    • โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ (HCM) ที่ทำให้เลือดไหลเวียนติดขัด ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (SCD) และเสียชีวิตกะทันหัน
    • บรูกาดาซินโดรม (Brugada syndrome) เกิดจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ส่งผลให้หัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรง หัวใจหยุดสูบฉีดและหยุดเต้นกะทันหัน และทำให้เสียชีวิตขณะหลับ
    • โรค Long QT syndrome เกิดจากระบบนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดปกติ เกิดอาการหมดสติ และนำไปสู่การเสียชีวิตกะทันหัน
    • ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรง (VF) เกิดจากกระแสไฟฟ้าหัวใจห้องล่างไหลเร็ว จังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้หัวใจสูบฉีดไม่เต็มที่ หัวใจห้องล่างเต้นแผ่วระรัว หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน และเสียชีวิต

    2. กลุ่มความผิดปกติของหัวใจที่ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม (Non-genetic cardiac conditions)  เช่น

    • หัวใจล้มเหลว หัวใจวายเฉียบพลัน
    • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลัน
    • กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน
    • โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ
    • ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด

    3. ภาวะหรือโรคอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โรคหัวใจ (Non-cardiac conditions) เช่น 

    4. ยาบางชนิดที่รบกวนคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือส่งผลกระทบต่อจังหวะการเต้นหัวใจ เช่น 

    • ยานอนหลับ
    • ยาคลายเครียด
    • สารเสพติด เช่น โคเคน

    5. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น

    • ขาดวิตามินบี 1
    • ขาดโพแทสเซียม
    • ภาวะร่างกายขาดน้ำ
    •  การดื่มแอลกอฮอล์หนัก

    6. เพศชาย (อายุระหว่าง 35-50 ปี) เสียชีวิตกะทันหันจากภาวะเสียชีวิตขณะหลับ เนื่องจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันมากกว่าเพศหญิงถึง 3.7 เท่า (เพศชาย 56% เพศหญิง 44%)

    7. เชื้อชาติ ประชากรชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และชาวญี่ปุ่นมีอัตราการเสียชีวิตขณะหลับ จากสาเหตุโรคไหลตาย หรือบรูกาดาซินโดรมสูงกว่าชาติพันธุ์อื่น ๆ นอกจากนี้ จากสถิติยังพบว่า ชาวเอเชีย มีอัตราการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลัน สูงกว่าชาติพันธุ์อื่น ๆ อีกด้วย

    8. โรคไหลตายในทารก (Sudden infant death syndrome: SIDS) เกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจของทารก ที่ทำให้ทารกขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะ ท่านอนที่ผิดปกติ ควันบุหรี่ หรือมลพิษ

    ความแตกต่างระหว่างหัวใจวาย หัวใจล้มเหลว และหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

    เสียชีวิตขณะหลับ มีอาการหรือสัญญาณเตือนหรือไม่

    โดยทั่วไป ภาวะเสียชีวิตขณะหลับมักไม่มีอาการหรือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน การเสียชีวิตมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เสียชีวิตหลายรายมักมีอาการนำมาก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มักคล้ายคลึงกับอาการของกลุ่มโรคหัวใจที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการเสียชีวิตขณะหลับ เช่น

    • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
    • มึนงง วิงเวียนศีรษะ
    • ปวดหัวเฉียบพลันแบบสายฟ้าฟาด
    • เจ็บแน่นหน้าอก
    • หายใจถี่ หายใจดัง หายใจลำบาก
    • ริมฝีปาก ใบหน้าเขียวคล้ำ
    • เหงื่อออกมากผิดปกติ
    • เป็นลม หมดสติ
    • ชัก แขนขาเกร็งเหมือนโรคลมชัก

    หากพบผู้ที่มีอาการเหล่านี้พร้อมกับหมดสติ ล้มลงเฉียบพลัน และไม่มีชีพจรหรือลมหายใจ ให้รีบโทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ หรือโทรติดต่อแผนกฉุกเฉินของ รพ. ที่ใกล้ที่สุด และทำ CPR กู้ชีพทันที

    ใครที่มีความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตขณะหลับ

    • ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตขณะหลับทั้งที่ทราบและไม่ทราบสาเหตุ
    • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เช่น บรูกาดาซินโดรม หลอดเลือดหัวใตตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
    • เพศชาย
    • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ดังนี้
    • มีระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ขาดวิตามินบี 1 รุนแรง
    • สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติด เช่น โคเคน หรือแอมเฟตามีน
    • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และไม่ออกกำลังกาย
    • ใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาขับปัสสาวะ ยานอนหลับ บางชนิด หรือลิเทียม

    ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

    ภาวะเสียชีวิตขณะหลับ วินิจฉัยความเสี่ยงได้อย่างไร

    โดยปกติ ความเสี่ยงในการเกิดภาวะเสียชีวิตขณะหลับ มักได้รับการวินิจฉัยเมื่อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันไปแล้ว และนำส่ง รพ. ได้ทันก่อนเสียชีวิต โดยเมื่อถึงมือแพทย์ แพทย์จะตรวจร่างกาย และตรวจเฉพาะทางอย่างละเอียดเพื่อหาความผิดปกติ เช่น

    • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG/ECG (Electrocardiogram) หาความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรค Long QT syndrome หรือความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
    • ตรวจเอคโค่หัวใจ (Echocardiogram) หาความผิดปกติของโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ เพื่อค้นหากลุ่มโรคหัวใจ เช่น โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ ลิ้นหัวใจย้วย หัวใจพิการแต่กำเนิด เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรือหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด
    • ตรวจหลอดเลือดสมอง (Cerebral angiogram) หาตำแหน่งหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ลิ่มเลือดอุดตันในสมอง โรคหลอดเลือดแดงแข็ง หรือหลอดเลือดสมองโป่งพอง ที่อาจทำให้เกิดเลือดออกในสมอง และนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก

    ภาวะเสียชีวิตขณะหลับ รักษาได้ไหม

    ภาวะเสียชีวิตขณะหลับ และไหลตาย ยังไม่พบวิธีการรักษา ซึ่งจากผลการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ที่เสียชีวิตขณะหลับ หรือเป็นโรคไหลตายจำนวนมาก พบว่าส่วนใหญ่ ไม่เคยทราบว่าตนมีความเสี่ยงหรือความผิดปกติของร่างกายอยู่ จนกระทั่งได้เสียชีวิตขณะหลับไป มีเพียงผู้ที่โชคดีส่วนน้อยเท่านั้น ที่ถึงมือแพทย์ได้ทันเวลาจนสามารถกู้ชีพได้สำเร็จ และนำไปสู่การตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและได้รับการรักษาที่ตรงกับโรค โดยแพทย์อาจพิจารณาวิธีการรักษา ดังนี้

    • การผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Implantable cardioverter defibrillator: ICD) เครื่อง ICD จะส่งกระแสไฟฟ้าเข้าไปช็อตกระตุ้นหัวใจ เมื่อเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหัวใจหยุดเต้น ทำให้หัวใจกลับมาทำงานเป็นปกติ ป้องกันไม่ให้เกิดการเสียชีวิต
    • การจี้ไฟฟ้าหัวใจผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูง (Electro physiologic study and radiofrequency ablation) แพทย์ใส่สายสวนชนิดพิเศษผ่านทางขาหนีบเข้าไปจี้ทำลายวงจรไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ เพื่อรักษาความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ
    • การใส่สายสวนเพื่อเปิดหลอดเลือด (Mechanical thrombectomy) ร่วมกับการให้ยาละลายลิ่มเลือด แพทย์ใส่สายสวนทางหลอดเลือดแดงใหญ่ไปจนถึงบริเวณหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน แล้วลากหรือดูดลิ่มเลือดออกไป เพื่อเปิดหลอดเลือดสมอง

    เสียชีวิตขณะหลับ ไหลตาย ป้องกันได้ไหม

    ภาวะเสียชีวิตขณะหลับ ไหลตาย ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้โดยการตรวจสุขภาพแต่เนิ่น ๆ เพื่อค้นหาความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดภาวะเสียชีวิตขณะหลับ หรือไหลตายได้ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตขณะหลับ เป็นโรคไหลตาย มีอาการของกลุ่มโรคหัวใจ มีการใช้ยาบางชนิดหรือสารเสพติด ผู้ที่ขาดสารอาหาร หรือผู้ที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ควบคู่กับการปรับพฤติกรรม ดังนี้

    • หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือสารกระตุ้นที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง (ควรปรึกษาแพทย์)
    • หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หน้ามืด เป็นลม หรือชักเกร็งบ่อย ๆ ให้รีบพบแพทย์
    • จัดท่านอนทารกให้นอนหงายในที่นอนแยก ไม่นอนบนเตียงเดียวกับพ่อแม่ ไม่นำสิ่งของวางบนที่นอนทารก
    • ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายเป็นประจำ
    • ผู้ที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีความเสี่ยงทุกชนิด ควรมั่นตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

    พญ. สุรีย์รัตน์ ปัยารชุน รพ. เมดพาร์ค

    ตรวจความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน รพ. เมดพาร์ค

    ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลเมดพาร์ค กรุงเทพ มีความชำนาญการในการตรวจคัดกรองค้นหาความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตกะทันหัน ทั้งกลุ่มโรคหัวใจที่เกิดจากพันธุกรรม กลุ่มโรคหัวใจที่ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม หรือความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน ทั้งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจเวชศาสตร์นิวเคลียร์หัวใจ หรือตรวจหลอดเลือดสมองและคอด้วยเครื่อง MRI และอื่น ๆ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นนำ และห้องปฏิบัติการสวนหลอดเลือดหัวใจ (Cath Lab) ที่ทันสมัย ในความดูแลของทีมแพทย์เฉพาะทางมากกว่า 40 สาขา ที่พร้อมให้การตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคร่วมกันแบบบูรณาการ เพื่อลดความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตขณหลับทุกชนิด พร้อมทั้งวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้รับการตรวจรักษามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน สามารถใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวและคนที่คุณรักไปได้อีกนาน

    คำถามที่พบบ่อย

    ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่

    ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ในหลาย ๆ กรณีของการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ที่เสียชีวิตกะทันหันขณะหลับโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือกลุ่มผู้ที่ไม่มีอาการของโรคหัวใจที่ชัดเจน แพทย์พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง (SADS) ซึ่งเกิดจากการนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ เช่น โรค Long QT syndrome โรคบรูกาดา หรือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (CPVT) และโรค Channelopathies ที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนบางชนิด เช่น SCN5A, SCN1B, CACNA1C, หรือ CLCN1 ที่ทำให้ระบบนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง และเสียชีวิตขณะหลับ 
    แพทย์โรคหัวใจ จึงแนะนำให้ผู้ที่สมาชิกในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันขณะหลับโดยไม่ทราบสาเหตุ เข้ารับการตรวจสุขภาพแบบจำเพาะ เพื่อตรวจการทำงานของหัวใจอย่างละเอียดและค้นหายีนความเสี่ยง เพื่อป้องกันการเสียชีวิตด้วยภาวะเสียชีวิตกะทันหัน

    ทำไมนักกีฬาที่ร่างกายแข็งแรง หรือคนอายุน้อยบางคน ถึงเสียชีวิตกะทันหัน

    ในการสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของนักกีฬาอาชีพที่แลดูแข็งแรงสุขภาพดี หรือกลุ่มคนหนุ่มสาวอายุน้อยที่เสียชีวิตกะทันหัน แพทย์พบว่าผู้ที่เสียชีวิตหลายราย เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ (HCM) ที่ทำให้เลือดไหลเวียนออกจากหัวใจติดขัด หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน และเสียชีวิตกะทันหัน โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่เกิดจากยีน APOE กลายพันธุ์ หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ (Cardiomyopathies) ที่เกิดจากยีนบางชนิดกลายพันธุ์ เช่น ยีน MYBPC3, MYH7, TTN, LMNA หรือ PKP2 ที่ส่งผลให้หัวใจบีบตัวได้น้อยลง หัวใจคลายตัวได้ไม่ดี ส่งผลให้หัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตกะทันหัน การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

    เผยแพร่เมื่อ:19 ส.ค. 2026

    แชร์
    FacebookFacebook MessengerxLINEthreads

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    • Link to doctor
      นพ. ชาติ วานิชสวัสดิ์

      นพ. ชาติ วานิชสวัสดิ์

      • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
      • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
      • เวชศาสตร์นิวเคลียร์หัวใจ
      หัวใจเต้นผิดจังหวะ, โรคหัวใจและหลอดเลือด, การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด
    • Link to doctor
      นพ. ชัยศิริ วรรณลภากร

      นพ. ชัยศิริ วรรณลภากร

      • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
      • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
      หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
    • Link to doctor
      รศ.นพ. สุวัจชัย พรรัตนรังสี

      รศ.นพ. สุวัจชัย พรรัตนรังสี

      • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
      • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
      การรักษาเส้นเลือดหัวใจตีบผ่านสายสวน, การรักษาโรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตันโดยการใส่สายสวน, การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน, การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด
    • Link to doctor
      พญ. สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน

      พญ. สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน

      • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
      • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
      อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจล้มเหลว การวินิจฉัย การรักษาและการป้องกัน, การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบอลลูนและการดามขดลวด, โรคหัวใจแต่กำเนิด, การใช้อัลตราซาวน์ในเส้นเลือดหัวใจเพื่อช่วยการวินิจฉัยและรักษา, การใช้หุ่นยนต์ช่วยในการสวนหัวใจ ขยายหลอดเลือด และใส่ขดลวด, การลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอากาศยาน
    • Link to doctor
      ศาสตราธิคุณ นพ. วสันต์ อุทัยเฉลิม

      ศาสตราธิคุณ นพ. วสันต์ อุทัยเฉลิม

      • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
      • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
      การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด
    • Link to doctor
      พญ. ปิยนาฏ ปรียานนท์

      พญ. ปิยนาฏ ปรียานนท์

      • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
      • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
      โรคความดันโลหิตสูง, โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรง , การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน, โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, โรคหลอดเลือดส่วนปลายบริเวณแขนขาตีบ, อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, การทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ
    • Link to doctor
      นพ. อนุรักษ์ เจียมอนุกูลกิจ

      นพ. อนุรักษ์ เจียมอนุกูลกิจ

      • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
      • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
      อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
    • Link to doctor
      นพ. จักรพันธ์ ชัยพรหมประสิทธิ์

      นพ. จักรพันธ์ ชัยพรหมประสิทธิ์

      • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
      • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
      โรคหัวใจและหลอดเลือด, หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
    • Link to doctor
      พญ. ศิริพร อธิสกุล

      พญ. ศิริพร อธิสกุล

      • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
      • การสวนหัวใจและหลอดเลือด
      อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, หัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด