Follow Us

การฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมาก

การฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นรูปแบบหนึ่งของการฉายรังสีที่ใช้ในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก โดยรังสีจะสามารถฆ่ามะเร็งได้ และในขณะเดียวกันก็จะลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อปกติข้างเคียงรอบ ๆ

การฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นรูปแบบหนึ่งของการฉายรังสีที่ใช้ในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก โดยเป็นการฝังหรือสอดใส่ต้นกำเนิดของแร่กัมมันตรังสีในต่อมลูกหมาก โดยรังสีจะสามารถฆ่ามะเร็งได้ และในขณะเดียวกันก็จะลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อปกติข้างเคียงรอบ ๆ

 

ประเภทของการฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมาก

การฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมาก มีด้วยกันสอง 2 ประเภท

  1. การฝังแร่แบบอัตราปริมาณรังสีขนาดสูง (High Dose Rate – HDR) เป็นการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแบบชั่วคราว ไม่มีแร่ตกค้างอยู่ในร่างกาย โดยการใส่ต้นกำเนิดของรังสีภายในต่อมลูกหมาก และส่งรังสีปริมาณสูงออกมาเป็นเวลาสองสามนาทีก่อนที่ต้นกำเนิดของรังสีจะถูกดึงออกไป การรักษาอาจต้องทำหลายครั้งด้วยกัน
  2. การฝังแร่แบบอัตราปริมาณรังสีขนาดต่ำ (Low Dose Rate – LDR) เป็นการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากชนิดถาวร เป็นการฝังแร่กัมมันตรังสีซึ่งมีขนาดเล็กและให้อัตราปริมาณรังสีขนาดต่ำไว้ภายในต่อมลูกหมากแบบถาวร โดยต้นกำเนิดของรังสีจะค่อยๆ ปล่อยรังสีออกมาอย่างช้าๆ ในช่วงหลายเดือนและจะค่อยๆ หมดลงไปเอง

ประสบการณ์ที่คุณจะได้รับในระหว่างการเข้ารับการรักษาจะขึ้นอยู่กับการรักษาว่าเป็นประเภท HDR หรือ LDR

 

ทำไมจึงต้องรักษาด้วยการฝังแร่?

การฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นวิธีที่ใช้ในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก โดยการใส่แหล่งกำเนิดของแร่กัมมันตรังสีเข้าไปในต่อมลูกหมาก เป็นผลให้เซลล์มะเร็งที่อยู่ใกล้แร่จะได้รับรังสีระดับสูง ส่วนเนื้อเยื่อปกติข้างเคียงจะได้รับรังสีในปริมาณที่ต่ำกว่าตัวต่อมลูกหมากมาก

หากคุณเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้น โอกาสที่เซลล์มะเร็งจะลุกลามออกนอกต่อมลูกหมากมีไม่มาก การฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมากอาจเป็นวิธีการรักษาเดียวที่จำเป็น

สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมากที่มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือในผู้ป่วยที่มีโอกาสที่มะเร็งจะลุกลามไปมากกว่าต่อมลูกหมาก อาจต้องใช้การฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมากร่วมกับการรักษาอื่น ๆ เช่น การรักษาด้วยรังสีจากภายนอก (EBRT) หรือการรักษาร่วมกับฮอร์โมน

โดยทั่วไป การฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมาก มักจะไม่ใช้ในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในระยะลุกลามที่มีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรือบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายแล้ว

 

ความเสี่ยง

การผ่าตัดทุกขั้นตอนมีความเสี่ยง การรักษาด้วยการฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ดังนี้:

  • ปัสสาวะลำบาก
  • มีความรู้สึกปวดและอยากปัสสาวะอย่างฉับพลันบ่อยๆ
  • ปวดหรือรู้สึกไม่สบายขณะปัสสาวะ
  • ต้องปัสสาวะตอนกลางคืน
  • ปัสสาวะมีเลือดปน
  • คุณไม่สามารถปัสสาวะให้หมดกระเพาะปัสสาวะได้
  • หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
  • มีเลือดออกทางทวารหนัก
  • อุจจาระมีเลือดปน
  • กลั้นอุจาระไม่อยู่
  • อุจจาระบ่อยครั้ง

แพทย์อาจสั่งจ่ายยาเพื่อลดผลข้างเคียงของการรักษา ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

 

ภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อย

ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงบางอย่างอาจเกิดขึ้นได้ภายหลังขั้นตอนการฝังแร่แต่อาจจะพบได้น้อย คุณอาจจะพบปัญหาซึ่งอาจจะมาจาก:

  • ท่อปัสสาวะที่แคบลง (ท่อที่นำปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะไปยังอวัยวะเพศชาย)
  • ผนังของทวารหนักทะลุ (Rectum Fistula)
  • ในระยะยาว อาจก่อให้เกิดมะเร็งในทวารหนักหรือกระเพาะปัสสาวะที่เกิดจากการฉายรังสี

 

กระบวนการ

การฝังแร่แบบอัตราปริมาณรังสีขนาดต่ำ  (Low dose rate – LDR) เป็นการฝังแร่กัมมันตรังสีซึ่งมีขนาดเล็กและให้อัตราปริมาณรังสีขนาดต่ำไว้ภายในต่อมลูกหมากแบบถาวร ในระหว่างการฝังแร่คุณจะได้รับการวางยาสลบเพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บปวดหรือรู้สึกตัวใดๆ แพทย์จะใส่เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายท่อขนาดเล็กไปในทวารหนัก เครื่องมือนี้จะสร้างภาพอัลตราซาวนด์ต่อมลูกหมากของคุณขึ้นมา และประมวลผลออกมาว่าควรฝังเมล็ดแร่ตรงไหนบ้าง แพทย์จะสอดเข็มยาวเข้าไปในต่อมลูกหมากเพื่อเป็นท่อนำแร่ จากนั้นจึงยิงแร่ผ่านเข็มที่ฝังไว้ไปยังจุดที่ทำการประมวลผล แร่กัมมันตรังสีที่มีขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารจำนวนมากจะถูกฝังเข้าไปในต่อมลูกหมากและจะเริ่มทำหน้าที่ฉายรังสีเป็นเวลาสองถึงสามเดือน เมล็ดแร่เหล่านี้จะคงอยู่ในร่างกายของคุณอย่างถาวร เมื่อฝังเมล็ดแร่ลงในต่อมลูกหมากแล้ว คุณจะใช้เวลาพักฟื้นในห้องพักฟื้นไม่นาน และอาจไม่จำเป็นต้องนอนพักค้างคืนที่โรงพยาบาล โดยปกติอัตราปริมาณรังสีขนาดต่ำในเมล็ดแร่จะไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน คุณอาจได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเด็กหรือสตรีมีครรภ์ในช่วงเวลาสั้น ๆ และสวมถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์

 

การฝังแร่แบบอัตราปริมาณรังสีขนาดสูง  (High Dose Rate – HDR) เป็นการใส่ต้นกำเนิดของแหล่งกัมมันตรังสีเข้าไปในต่อมลูกหมากครั้งละหลายนาที วิธีนี้เป็นการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแบบชั่วคราว ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่มีแร่ตกค้างอยู่ในร่างกายผู้ป่วย ก่อนรับการรักษาด้วยการฝังแร่แบบชั่วคราวชนิดรังสีสูง ( HDR) แพทย์จะใส่เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายสายสวนขนาดเล็กที่จะเข้าไปในต่อมลูกหมากด้วยความแน่นอนแม่นยำผ่านบริเวณฝีเย็บ ผู้ป่วยจะได้รับการวางยาสลบเพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บปวด สายสวนจะถูกสอดคาอยู่ในต่อมลูกหมากจนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการรักษา ในการฝังแร่แบบชั่วคราวนี้ สายสวนจะถูกต่อเข้ากับท่อนำส่งของเครื่องควบคุมการใส่แร่ ซึ่งจะควบคุมการทำงานของเม็ดแร่ คุณอาจได้ยินเสียงคลิกเบาๆ ขณะที่เครื่องควบคุมการใส่เม็ดแร่เคลื่อนที่จากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งหนึ่งเป็นระยะๆ เมื่อการรักษาเสร็จสิ้น สายสวนจะถูกดึงออกมา ขั้นตอนนี้อาจทำซ้ำสองถึงสามครั้งขึ้นอยู่กับแผนการรักษาของคุณ

จากนั้น เมื่อดึงสายสวนแหล่งกัมมันตรังสีออกมาแล้ว ก็จะไม่มีแร่กัมมันตรังสีหลงเหลืออยู่ในต่อมลูกหมาก หลังการเข้ารับการรักษาด้วย HDR คุณไม่จำเป็นต้องระมัดระวังสิ่งใดๆ เป็นพิเศษ ดังนั้น การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้คนจึงเป็นเรื่องปกติที่สามารถกระทำได้

 

เมื่อเสร็จสิ้นจากขั้นตอนการฝังแร่แล้ว คุณอาจมีอาการปวดและบวมที่ฝีเย็บ (บริเวณรอบๆ ทวารหนัก) แพทย์จะแนะนำให้วางถุงน้ำแข็งไว้ตรงบริเวณนั้นเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด และจ่ายยาแก้ปวดให้คุณ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักหรือยกของหนักในช่วงเวลานี้

หลังจากนั้น แพทย์จะนัดให้คุณมาตรวจเลือดเพื่อติดตามผล การตรวจเลือดเป็นการตรวจหาระดับแอนติเจนเฉพาะต่อมลูกหมาก (PSA) ในเลือด ระดับของ PSA จะเป็นตัวระบุว่าการรักษาประสบความสำเร็จหรือไม่ หากระดับ PSA ยังเพิ่มขึ้นอาจบ่งชี้ว่ามีการกลับเป็นซ้ำของโรคมะเร็ง ดังนั้นแพทย์อาจแนะนำให้ทำการตรวจทางรังสีวิทยา เช่น MRI และอาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาต่อไป




นพ.ไพบูลย์ บุญญะพานิชสกุล
แพทย์ผู้ชำนาญการด้านระบบทางเดินปัสสาวะ
ประวัติแพทย์

นพ. วิรุณ โทณะวณิก,พบ
แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมาก
ประวัติแพทย์